วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

บทที่ 1 สรุประบบสานสนเทศในระบบ

สรุป บทที 1

ได้มีการนำคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี สารสนเทศเข้าใช้ในหน่วยงานต่างๆๆ เกือบทุกรายการ
ถ้ารัฐเอกชนไม่ว่าจะอยู่ในรุปของบูคคล หรือองค์กรใดๆ ฉะนันจึงจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องศึกษาทางด้านเทคโนโยีสารสนเทศในหน่วยงานศึกษาก็ คามหมายทำในระดับอาชีบศึกษา และเป็นสาขาวิชาทีมีนักศึกษา  ให้ความสนใจ กันมากเป็นเทคโนทีสือสารกันได้มากขึ่น การใช้เทคในโลยีสารสนเทศในธุรกิจ ทั่งในขั้นตอนการทำงาน และสนับสนุนการวอเคราะ์ห์ และการนำเสนอข้อมูลสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจอย่างของเทคโนโลยีสารสนเทศทีมีการเปลียนแปลง หรือ ขั้นตอนการพัฒนาสินค้าใหม่และขั่้นตอนการทำงานตามคำสั่งของลูกค้าให้บรรลุเป้าหมาย  เป็นต้น

ความสำคัญของระบบสารสนเทศ

- เป็นเครื่องมือในการวิจัยทางการตลาดที่สำคัญสำหรับการค้นหาความต้องของลูกค้า ในโลกธุรกิจกลุ่มเป้าหมายหลัก
- เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของความสำเร็จในธุรกิจและการจัดการองค์กร
- ผู้ใช้และผู้จัดการต้องเข้าใจถึงการจัดการเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และเน็ตเวิร์ค สำหรับกำหนดกลยุทธ์เพื่อความสำเร็จของบริษัท

กรอบงานสำหรับผู้ใช้งาน (Framework for Business End User)

      จากแนวความคิดเชิงพฤติกรรมและระบบสำหรับธุรกิจ จะมุ่งเน้นในส่วนของความรู้ทั้งหมด 5 ขอบเขต
1. พื้นฐานแนวความคิด (Foundation Concepts)
- แนวความคิดทางเทคนิค
      • ช่วยจัดการเรื่องการตัดสินใจ
      • กลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์ในธุรกิจ
2. เทคโนโลยี (Technology)
- แนวความคิดหลัก การพัฒนา และการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เน็ตเวิร์ค การจัดการฐานข้อมูล
3. การประยุกต์ใช้ (Application)
- หลักในการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับการปฏิบัติงาน เพื่อความได้เปรียบที่เหนือกว่าบริษัทคู่แข่ง
4. การพัฒนา (Development)
- การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านธุรกิจโดยการใช้พื้นฐานการแก้ปัญหา
5. การจัดการ (Management)
- การคำนึงถึงประสิทธิภาพและจริยธรรมในการจัดการทรัพยากรและกลยุทธ์ของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง


ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศกลายมาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของความสำเร็จในธุรกิจและการจัดการองค์กรจึงมีการจัดตั้งสาขาด้านบริหารและการจัดการนี่เป็นสาเหตุว่าทำไมต้องเรียนเกี่ยวกับระบบสารสนเทศไม่ว่าคุณจะเป็นผู้จัดการผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจมืออาชีพ
      ระบบสารสนเทศเป็นสิ่งที่สำคัญที่คุณจะต้องมีพื้นฐานความเข้าใจเหมือนที่คุณเข้าใจสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจระบบสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตจึงเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันและเพิ่มบทบาทในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถช่วยให้ธุรกิจทุกประเภทปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลในขั้นตอนการทำงานของธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นทั้งการจัดการด้านการตัดสินใจและการร่วมมือในการทำงานเป็นกลุ่มให้เกิดความแข็งแกร่งในการต่อสู้ในเชิงธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตและระบบสารสนเทศจะกลายเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จภายใต้สิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาสารสนเทศในการแก้ปัญหาด้านธุรกิจโดยแท้จริงแล้วความมั่นคงของธุรกิจขึ้นอยู่กับผู้จัดการและพนักงานทั้งหมดที่จะจัดการกับเทคโนโลยีสารสนเทศของพวกเขา ดังนั้นคำถามที่สำคัญสำหรับผู้ใช้หรือผู้จัดการคือ“อะไรที่คุณต้องการจะรู้ในการจัดการเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ข้อมูลและเน็ตเวิร์คสำหรับกำหนดกลยุทธ์เพื่อความสำเร็จของบริษัทคุณ”




กรอบงานสำหรับผู้ใช้งาน(Framework for Business End User)

       ขอบเขตของระบบสารสนเทศได้รวบรวมเทคโนโลยีที่สลับซับซ้อนเข้าไว้ด้วยกัน จากแนวความคิดเชิงพฤติกรรมและระบบงานสำหรับธุรกิจและไม่ใช่ธุรกิจที่มีนับไม่ถ้วน ซึ่งผู้จัดการหรือผู้ใช้จำเป็นต้องรับรู้ในทุกเรื่อง ซึ่งในรูปที่ 1.1 แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของกรอบแนวคิดในการจัดแบ่งว่าผู้ใช้นั้นต้องการที่จะทราบอะไรเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ ซึ่งจะมุ่งเน้นในส่วนของความรู้ทั้งหมด 5 ขอบเขต ดังต่อไปนี้


  • พื้นฐานแนวความคิด(Foundation Concepts) พื้นฐานเชิงพฤติกรรมและแนวความคิดทางเทคนิคที่จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าระบบสารสนเทศสามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานช่วยจัดการเรื่องการตัดสินใจ และกลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์ในธุรกิจของคุณและธุรกิจอื่นได้อย่างไร
  • เทคโนโลยี(Technology)แนวความคิดหลัก การพัฒนาและการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เน็ตเวิร์ค การจัดการฐานข้อมูลและเทคโนโลยีการทำงานเกี่ยวกับสารสนเทศอื่นๆ
  • การประยุกต์ใช้(Application)หลักในการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับการปฏิบัติงานการบริหารจัดการเพื่อความได้เปรียบที่เหนือกว่าบริษัทคู่แข่งรวมถึงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ๊กซ์ทราเน็ต
  • การพัฒนา(Development)ผู้ใช้และผู้เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศทำการพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านธุรกิจ โดยการใช้พื้นฐานการแก้ปัญหาและระเบียบวิธีในการพัฒนาต่างๆ ได้อย่างไร
  • การจัดการ(Management)การคำนึงถึงประสิทธิภาพและจริยธรรมในการจัดการทรัพยากรและกลยุทธ์ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับผู้ใช้บริษัทและธุรกิจในระดับโลก



 ขอบข่ายงานหลักของระบบสารสนเทศตามความต้องการของผู้ใช้

ทรัพยากรระบบสารสนเทศและเทคโนโลยี(Information System Resource and Technologies)

         ระบบสารสนเทศ (Information Systems) เป็นการจัดการที่รวบรวมเอา บุคลากร ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่ายการสื่อสาร และทรัพยากรข้อมูลเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารภายในองค์กร ซึ่งจะเห็นได้จากรูปที่ 1.2 บุคลากรต้องใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการสื่อสารซึ่งกันและกัน โดยใช้อุปกรณ์ทางด้านกายภาพ ( ฮาร์ดแวร์) การดำเนินงานสารสนเทศที่เป็นการให้ความรู้และขั้นตอนการทำงาน ( ซอฟต์แวร์) ช่องทางการสื่อสาร ( เน็ตเวิร์ค) และการจัดเก็บข้อมูล ( แหล่งทรัพยากร) ผู้ใช้ทุกวันนี้พึงพาระบบสารสนเทศอยู่หลายประเภท อาจเป็นการเก็บข้อมูลง่ายๆ ด้วยมือ ( ใช้กระดาษและดินสอ) ข้อมูลไม่เป็นทางการ ( คำพูดที่มาจากปาก) แต่ในที่นี้ ระบบสารสนเทศจะเน้นการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ที่ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโปรแกรม ใช้การสื่อสารระบบเครือข่าย ใช้เทคนิคการจัดการฐานข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ และรูปแบบอื่นๆ ของเทคโนโลยีสารสนเทศ
(Information Technology ) ในการส่งถ่ายทรัพยากรไปยังการผลิตสารสนเทศหลายๆ ประเภท


มุมมองขององค์กร ( Enterprise Perspective) 
 
    ในทุกวันนี้ การทำงานของระบบสารสนเทศระหว่างเครือข่ายมีบทบาทต่อความสำเร็จทางธุรกิจขององค์กรเป็นอย่างมาก เช่น อินเทอร์เน็ต และเครือข่ายภายในที่มีการทำงานเหมือนอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า อินทราเน็ต (Intranet) และเครือข่ายการจัดการระหว่างองค์กร (Interorganizational) ที่เรียกว่า เอ็กซ์ทราเน็ต (Extranet) ซึ่งสามารถจะเตรียมข้อมูลที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในความต้องการของธุรกิจสำหรับการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ การจัดการที่มีประสิทธิภาพและได้เปรียบเหนือคู่แข่ง



สังคมสารสนเทศโลก (Global Information Society)
     พวกเราอาศัยอยู่ในสังคมสารสนเทศโลกที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกที่จะเพิ่มขึ้นตามการการสร้างสรรค์การจัดการและการเผยแพร่ทรัพยากรสารสนเทศผ่านการเชื่อมต่อเครือข่ายโลกเช่นอินเทอร์เน็ต ดังนั้น สารสนเทศจึงเป็นพื้นฐานของข้อมูลในสังคมทุกวันนี้ ผู้คนเปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรมาสู่อาชีพการบริการหรือพนักงานที่มีความรู้ (Knowledge Workers) ในรูปที่ 1.4 จาก “ คลื่นสี่ลูก” จะเห็นถึงผลกระทบทั้งอดีตและอนาคตของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อธุรกิจบุคคลและสังคมในคลื่นสองลูกแรก เป็นช่วงของเมนเฟรม มินิคอมพิวเตอร์ ไมโครคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์การสื่อสารโทรคมนาคม ขณะนี้พวกเรากำลังอยู่ในคลื่นลูกที่สาม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่เชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างองค์กร (Internetworking Enterprise) ได้แก่ อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ๊กซ์ทราเน็ต และเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมที่สร้างสังคมเครือข่ายเชื่อมโยงทั้งโลก(Global Internetworked Society) สำหรับคลื่นลูกที่สี่เทคโนโลยีสารสนเทศจะสามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่จากการต่อเชื่อมเนื้อหาของสื่อดิจิตอลจะสามารถใช้สำหรับการปฏิบัติงานได้ในทุกที่ ทุกเวลาสู่สังคมสารสนเทศโลกอย่างแท้จริง




มิติด้านจริยธรรมของเทคโนโลยีสารสนเทศ (Ethical Dimension of IT)

     จากมุมมองการจัดการของผู้ใช้และพนักงานที่มีความรู้ในสังคมโลก ที่ต้องตระหนักในจริยธรรมความรับผิดชอบ(Ethical Responsibilities)อันเกิดจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ตัวอย่างเช่น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต้องระวังถึงการขาดความรับผิดชอบและเป็นอันตรายต่อผู้อื่นหรือสังคม การใช้ทรัพยากรสารสนเทศขององค์กรอย่างถูกต้อง การป้องกันอาชญากรรมคอมพิวเตอร์และความเสี่ยงของเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นนี่เป็นเพียงบางส่วนที่เป็นแนวทางด้านจริยธรรมที่สำคัญ จากรูปที่ 1.5 เป็นโครงร่างบางส่วนของความเสี่ยงด้านจริยธรรมที่อาจเกิดขึ้นในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้
การตอบสนองที่เป็นไปได้






ความสำเร็จและความล้มเหลวของเทคโนโลยีสารสนเทศ(Success and Failure with IT)
    จากตัวอย่างของบริษัทวิจัย NFO และ TalkCity เน้นที่ความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการส่งถ่ายกระบวนงานทางธุรกิจที่สร้างความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่งซึ่งเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสารสนเทศอาจมีการจัดการและการปรับใช้ที่ผิดพลาดเกิด   ขึ้นได้ดังในรูปที่ 1.6 เป็นโครงร่างของสาเหตุที่ทำให้เทคโนโลยีสารสนเทศประสบผลสำเร็จหรือล้มเหลวในธุรกิจ และลองดูตัวอย่างเหตุการณ์จริงที่เกิดความผิดพลาดอันเนื่องจากการ   ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศบ้าง  



เหตุผล 5 อันดับแรกของความสำเร็จ
    เหตุผล 5 อันดับแรกของความล้มเหลว
  • ผู้ใช้มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • ได้รับการสนับสนุนการจัดการจากผู้บริหารระดับสูง
  • กำหนดความต้องการที่ชัดเจน
  • การวางแผนอย่างเหมาะสม
  • การคาดหวังที่สามารถเป็นจริงได้
  • ขาดบุคลากรในการให้ข้อมูลกำหนดความต้องการที่ไม่สมบูรณ์
  • มีการเปลี่ยนความต้องการ
  • ขาดการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง
  • เทคโนโลยีที่ขาดประสิทธิภาพ
รูปที่ 1.6 เหตุผลว่าทำไมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศจึงประสบความสำเร็จหรือเกิดความล้มเหลว



ารใช้คอมพิวเตอร์ระหว่างเครือข่าย (Internetworking of Computing)
  การใช้คอมพิวเตอร์ระหว่างเครือข่ายเป็นหนึ่งในทิศทางที่สำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ จากเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กสู่เครื่องเมนเฟรมขนาดใหญ่กลายเป็นระบบเครือข่ายหรือการเชื่อมต่อภายใน อันได้แก่ อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเครือข่ายโทรคมนาคมอื่นๆ เครือข่ายนี้กระจายความสามารถให้คอมพิวเตอร์ในการจัดการภายในองค์กรได้ทั้งหมดโดยทำงานแบบแม่ข่ายลูกข่ายหรือผู้รับบริการผู้ให้บริการหรือไคลเอ้นท์เซิร์ฟเวอร์(Client/S erver)ที่เชื่อมต่อเครื่องลูกข่ายของผู้ใช้(Client) เข้ากับแม่ข่าย(Server) เพื่อการใช้ข้อมูล โปรแกรมและฐานข้อมูลร่วมกันในบางระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดกลางหรือเครื่องเมนเฟรมอาจจะมีการทำงานเป็นซุปเปอร์เซิร์ฟเวอร์ (Superserver)




เครือข่ายระหว่างองค์กร (The Internetworked Enterprise)

     ธุรกิจในปัจจุบันกลายเป็นเครือข่ายระหว่างองค์กรโดยใช้อินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายที่ทำงานคล้ายกับการทำงานของอินเทอร์เน็ตภายในบริษัท ( อินทราเน็ต) และยังมีการส่งผ่านระหว่างบริษัทหรือไปยังหุ้นส่วน ( เอ็กซ์ทราเน็ต) รวมถึงเครือข่ายอื่นๆ ด้วย

ยุคโลกาภิวัตน์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Globalization and IT)

      ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ในหลายๆ บริษัทอยู่ในขั้นตอนการทำงานของยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) กลายเป็นองค์กรระหว่างเครือข่ายโล ก (Internetwork Global Enterprise) ตัวอย่างเช่น การขยายตลาดออกไปทั่วโลกสำหรับสินค้าและบริการ การร่วมเป็นพันธมิตรกับหุ้นส่วนทั่วโลก และการต่อสู้กับคู่แข่งเพื่อลูกค้าจากทุกมุมโลก

การปรับรื้อกระบวนการทางธุรกิจ (Business Process Reengineering : BPR)

      เมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาแทนที่ความพยายามของมนุษย์ มันจะทำงานในขั้นตอนการทำงานอย่างอัตโนมัติเมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มพูนความพยายามให้มนุษย์มันจะเป็นการให้ข้อมูลกับงานหรือขั้นตอนการทำงานหลายปีที่ผ่านมามีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในธุรกิจทั้งในขั้นตอนการทำงานและสนับสนุนการวิเคราะห์และการนำเสนอข้อมูลสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจอย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนโครงสร้างขั้นตอนการทำงานใหม่หรือการปรับรื้อกระบวนการทางธุรกิจจะเป็นตัวอย่างของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือขั้นตอนการพัฒนาสินค้าใหม่และขั้นตอนการทำงานตามคำสั่งของลูกค้าให้บรรลุเป้าหมาย เป็นต้น
ไมเคิล แฮมเมอร์ ผู้นำในการปรับเปลี่ยนกล่าวว่า“คิดใหม่ ออกแบบใหม่อีกครั้งสำหรับขั้นตอนการทำงานของธุรกิจเพื่อให้ประสบความสำเร็จ เช่น ต้นทุน คุณภาพ การบริการ และความรวดเร็ว”




 กรณีศึกษา  

ในโลกธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย เป็นเครื่องมือในการวิจัยทางการตลาดที่สำคัญสำหรับการค้นหาความต้องการของลูกค้า โดนการช่วยเหลือของ จอห์นน สเคลลี่ร์ ผู้บริหารคนก่อนของบริษัทแอปเปิ้ลจึงเปลี่ยนการวิจัยการตลาดครั่งใหญ่เป็นการทำงานในเชิงธุระกิจ แบบ อินเตอร์เน็ต เกิดเป็นกลุ่มเป้าหมาย

    จากกลุ่มเป้าหมายแบบดังเดิม  จะมีการกำหนดกลุ่มก่อนที่นำไปใช้รวมกันในห้องประชุมโดยมีพิธีกรเป็นผุ้แนะนำแนวทางให้กับสมาชิกในกลุ่ม ให้มีการสนทนาเพื่อการสนทนาเพื่อทดสอบด้านทัศนคติเกียวกับสินค้าเฝ้าสัเกตการสนทนามองเห็นได้ด้านเดียวหรือ ใช้กล้อง วีดีโ บันทึก

    เป้าหมายออนไลร์ จะเป็นการทำงานแบบเดิม เพีลงใช้การสือสารผ่านอินเตอร์เน็ค


📝คำถามจากกรณีศึกษา
      1) อะไรเป็นประโยชน์เเละขีดจำกัดของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเปลี่ยนเเปลงระบบกลุ่มเป้าหมายเเบบเก่ามาเป็นระบบออนไลน์
✍️ตอบ เวลา ซึ่งการเปลี่ยนมาเป็นระบบออนไลน์นั้นประหยัดทั้งเวลาเเละความสะดวกรวดเร็ว
     2)คุณจะเเนะนำให้บริษัทอื่นๆใช้การทำงานเเบบกลุ่มเป้าหมายในเว็บไซท์ หรือไม่เเละทำไม
✍️ตอบ เเนะนำ เพราะ จะได้รับข้อมูลที่รวดเร็วเเละสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
    3)ธุรกิจหรือขั้นตอนการทำงานการตลาดใดบ้างที่สามารถปรับปรุงโดนการใช้การสื่อสารระหว่างกลุ่มเป้าหมายในเว็บไซท์
✍️ตอบ ทุกธุรกิจสามารถนำการสื่อสารมาปรับปรุงได้เเละจะช่วยให้โอกาศในการประกอบอาชีพเเก่คนจำนวนมากได้



ข้อสอบ บทที่ 1

แบบฝึกกหัด
 1  การปรับเปลียนการวิจัยการตลาดอินเทอร์เน็ต คืออะไร
    ก. กลุ่มเป้าหมาย เครื่องมือในการวิจัยตลาดทีสำคัญ
   ข. ความสำเร็จของการจัดการ
   ค. การจัดการตัว สาขาบริหาร
   ง. ถูกทุกข้อ
2 ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศมีความสำคัญอย่างไร
  ก กลุ่มเป้าหมาย เครทชื่องมือ ในการวิจัย
  ข เรียนบัญชี การเงิน การจัดการ การตลาด
  ค กลุ่มเป้าหมายดังเดิม
  ง. กลุ่มเป้าหมายออนไลน์
3. ระบบสารสนเทศเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรบ้าง
 ก. พื้นฐานความสำคัญเข้าใจเหมือทีคุณเข้าใจสาขาวิชาอื่น
 ข. สารสนเทศ อินเตอร์ เน็ต
 ค. การปรับเปลี่ยนการวิจัยครั่งใหญ่
 ง. ถูกทุกข้อ
4 .กรอบงานสำหรับผู้ใช้งาน มีความหมายอย่างไร
  ก . พื้นฐานเชิงพฤกรรม
  ข.  แนวความคิดการพัฒานาและการจัดการ
  ค. ขอบเขตของระบบสารสนเทศได้เทคโนโลยีที่สลับซับซ้อนเข้าไว้ด้วยกัน
   ง. การพัฒานาผู้เชียวชาญ
5 พื้นฐานแนวความคิดมีความอย่างไร
   ก. ช่วยให็คูณเข้าใจว่าระบบสารสนเทศสามารถสนับสนุนการปฏิบัติงาน ช่วยจัดการเรื่องการตัดสินใจ
   ข. แนวความคิดทางเทคนิค
   ค. ฮาร์ค ซอฟต์ เน็ตเวิร์ค การจัดการฐานข้อมูล
   ง.  ถูกทุกข้อ
6 เทคโนโลยีแนวความคิดหลัก มีอะไร
  ก. การจัดการตัดสินใจ
  ข. การพัฒานาและการจัดการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
  ค. บริษัทคู่แข่ง รวมถึงพาณิชย์
  ง. ถูกทุกข้อ
7 ทรัพยากรระบบสารสนเทศและเทคโนโลยี มีอะไรบ้าง
  ก.พื้นฐานแนวความคิด
  ข. เทคโนโลยี
  ค. การประยุกต์
  ง. เครื่อข่ายการสือสาร
8 มุนมองของผู้ใช้ มีกี ข้อ
  ก. 1  กลุ่ม
  . 2  กลุ่ม
  ค  3  กลุ่ม
  ง . 4  กลุ่ม
9 มุนมองขององค์กรเป็ยอย่างไร
    อินเตอร์เน็ต และเครื่อข่ายภายในที่มีการทำงาน
 ข เครือข่ายการจัดการระหว่างองค์การ
10 ทรัพกรกระบบสารสนเทศ
   ก  บุคลากร
   ข ข้อมูล
   ค ซอฟด์แวร์ โปรแกรม์ เน็ตเวิร์ค เครือข่าย
    ง ถูกทุกข้อ



แบบฝึกหัดท้ายบท
1. ตอบ การตัดสินใจเป็นหน้าที่และบทบาทหลักสำคัญของผู้บริหาร การที่องค์กรจะประสบความสำเร็จหรือประสมความล้มเหลวในการดำเนินกิจการต่าง ๆ นับว่ามีส่วนขึ้นอยู่กับองค์การตัดสินใจ การเลือกโอกาส หรือแก้ปัญหาของผู้บริหารเป็นสำคัญ ผู้บริหารที่สมารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ และเหมาะสม ในแต่ละสถานการณ์ย่อจะสามารถนำพาองค์การให้ปฏิบัติงานด้วนดีและประสบความสำเร็จ สารสนเทศ ข้อมูลต่างๆ ที่ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงหรือมี การประมวลหรือวิเคราะห์ผลสรุปด้วยวิธีการต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่มีความสัมพันธ์กัน มีความหมาย มีคุณค่าเพิ่มขึ้นและมีวัตถุประสงค์ในการใช้งาน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น การเก็บข้อมูล การขายรายวันแล้วนำการประมวลผล เพื่อหาว่าสินค้าใดมียอดขายสูงที่สุด เพื่อจัดทำแผนการขายในเดือนต่อไป เป็นต้น ซึ่งสารสนเทศมีประโยชน์ คือ   1. ให้ความรู้   2. ทำให้เกิดความคิดและความเข้าใจ   3. ทำให้เห็นสภาพปัญหา สภาพการเปลี่ยนแปลงว่าก้าวหน้าหรือตกต่ำ   4. สามารถประเมินค่าได้


2. ตอบ  ความแตกต่างระหว่าง DSS กับ MIS คือ เน้นการตัดสินใจแบบมีโครงสร้าง (แนวทาง – ตรรก ที่แน่นอน) และใช้ข้อมูลภายในจากระบบDssเป็นหลัก จุดมุ่งหมายเพื่อบริหารจัดการ (Supervise) งานของหน่วยปฏิบัติการ ให้บรรลุเป้าหมาย ตามแผนงานที่กำหนดมาโดยผู้บริหารระดับกลาง ภายใต้งบประมาณ เวลาและข้อจำกัดอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด


3. ตอบ Information Resource Management: IRM  ทรัพยากรสารสนเทศ (Information Resources)          ทรัพยากรสารสนเทศ ความหมายโดยทั่วไป คือ ข้อมูล ข่าวสาร สารสนเทศ ความรู้ ความคิดประสบการณ์ทีเป็นแก่นหรือเนื้อหาสำคัญทีได้จำแนก ชีแจง แสดงออกมาให้ปรากฏ โดยการกลันกรองเรียบเรียงและประมวลไว้โดยใช้ภาษา สัญลักษณ์ รูปภาพ รหัส และอื่นๆ รวมทังบันทึกลงบนวัสดุหลายชนิด เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ1. ทรัพยากรตีพิมพ์/วัสดุตีพิมพ์ (Printed materials) หมายถึงวัสดุทีบันทึกสารสนเทศในรูปแบบของตัวอักษร ภาพและสัญลักษณ์อื่น ๆ โดยผ่านกระบวนการตีพิมพ์ เช่นหนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ กกฤตภาค (clipping) เป็นต้น2. ทรัพยากรไม่ตีพิมพ์/วัสดุไม่ตีพิมพ์ (Non-printed materials) หมายถึง ทรัพยากรสารสนเทศทีบันทึกไว้ในสื่อทีไม่ได้ผ่านกระบวนการตีพิมพ์ เช่น ต้นฉบับตัวเขียน โสตวัสดุ แถบบันทึกเสียง ไมโครฟิล์ม สื่อวัสดุคอมพิวเตอร์ต่างๆ (CD-ROM/DVD)3. ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic resource) เช่น หมายถึง สารสนเทศทีจัดเก็บไว้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีชุดคำสัง ระบบจัดการฐานข้อมูล ทำหน้าทีควบคุมการจัดการและการใช้ฐานข้อมูลประเภทของฐานข้อมูลแบ่งตามลักษณะการใช้งานแบ่งได้ 2 ประเภทคือฐานข้อมูลออฟไลน์ และฐานข้อมูลออนไลน์ แบ่งตามเนือหาสารสนเทศทีให้บริการแบ่งได้เป็น ฐานข้อมูลบรรณานุกรม และฐานข้อมูลฉบับเต็ม
ตัวอย่างการจัดการการจัดการด้านงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT function) ปัจจุบันงานเทคโนโลยีสารสนเทศมีขอบเขตงานทีกว้างขวางกว่าการประมวลผลทีคยเป็นมาในอดีต แต่จะครอบคลุมงานหลายด้าน เช่น เทคโนโลยีทีใช้ในการจัดทำระบบสารสนเทศหลายประเภท การจัดการสารสนเทศ การจัดการด้านการให้บริการสารสนเทศ ฯลฯ












ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทที่ 8 ระบบสารสนเทศสำหรับความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์

แนวคิดกลยุทธ์ทางการแข่งขัน       เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และความสามารถที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเชิงกลยุ...