ระบบสารสนเทศเพือการวางแผนทางการบริหาร
วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บทที่ 8 ระบบสารสนเทศสำหรับความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์
แนวคิดกลยุทธ์ทางการแข่งขัน
เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และความสามารถที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์แก่บริษัทท่ามกลางแรงกดดันทางการแข่งขันที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ทุกวันในตลาดการค้าโลก เป็นระบบที่ช่วยเหลือหรือกำหนดตำแหน่งการแข่งขันในตลาดและกำหนดกลยุทธ์ของกิจการ
การสร้างกลยุทธ์การแข่งขันพื้นฐานมี 5 อย่าง ดังนี้
1. กลยุทธ์การเป็นผู้นำด้านราคา
2. กลยุทธ์ความแตกต่าง
3. กลยุทธ์นวัตกรรม
4. กลยุทธ์ความเจริญเติบโต
5. กลยุทธ์สร้างพันธมิตร
บทบาททางกลยุทธ์สำหรับระบบสารสนเทศ
- การปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ
บทบาทที่ก่อให้เกิดการพัฒนาที่สำคัญในขั้นตอนต่างๆในการดำเนินธุรกิจของบริษัท การลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถช่วยให้ขั้นตอนในการปฏิบัติงานภายในมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถทำให้บริษัทลดต้นทุน ปรับปรุงคุณภาพและการให้บริการแก่ลูกค้าและสามารถพัฒนาคิดค้นผลิตภัณฑ์สำหรับการเปิดตลาดใหม่อีกด้วย
- การส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ สามารถให้ผลดีในการพัฒนาสินค้าและบริการหรือขั้นตอนการทำงานที่มีเอกภาพ
- การสร้างกลไกต้นทุนการเปลี่ยนแปลง การหาหนทางสร้างกลไกต้นทุนการเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับลูกค้าและผู้จัดหาสินค้า
- การเพิ่มอุปสรรคของการเข้าสู่วงการ โดยการลงทุนในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อปรับปรุงการทำงานหรือส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ทำให้บริษัทอื่นเกิดความท้อถอยหรือเกิดความล่าช้าที่จะเข้ามาเป็นคู่แข่งในวงการ
- การยกระดับฐานงานเทคโนโลยีสารสนเทศเชิงกลยุทธ์ ทำให้บริษัทมีโอกาสได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ของการปฏิบัติงาน
- การพัฒนาฐานข้อมูลทางด้านกลยุทธ์ เป็นข้อมูลที่จะช่วยสนับสนุนกลยุทธ์การแข่งขันของบริษัทจะเสริมการทำงานและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของบริษัท
การทำลายอุปสรรคทางธุรกิจ
- การทำลายอุปสรรคทางด้านเวลา การทำให้ระยะเวลาการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าสั้นลงและลดการลงทุนด้านการเก็บกักสินค้าให้เหลือน้อยที่สุด
- การทำลายอุปสรรคทางด้านภูมิศาสตร์ การทำธุรกิจในตลาดทางด้านท้องถิ่น ระดับชาติ หรือระดับโลก ทำลายระยะทางที่กีดขวางการควบคุมการบริหารงาน
- การทำลายอุปสรรคทางด้านต้นทุน ประหยัดค่าแรงงาน ลดขนาดของคลังสินค้า ลดจำนวน ศูนย์ ขนส่งสินค้า และลดต้นทุนการตัดต่อสื่อสาร
- การทำลายอุปสรรคทางด้านโครงสร้าง Internet intranet extranet และเครือข่ายการสื่อสารระยะไกลอื่นๆสามารถส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงใน บริการการส่งสินค้า เพิ่มขอบข่ายและแทรกซึมเข้าสู่ตลาด
การประยุกต์ใช้เชิงกลยุทธ์และประเด็นที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
การที่องค์กรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี บริษัทอาจใช้ระบบสารสนเทศในเชิงกลยุทธ์ ในเชิงป้องกันหรือในเชิงควบคุม เพื่อความได้เปรียบทางการแข่งขัน
กระบวนการทางธุรกิจในการจัดระบบใหม่
เป็นการปรับรื้อกระบวนการทางธุรกิจซึ่งเป็นเรื่องที่มากกว่าการทำให้กระบวนการธุรกิจเป็นไปอย่างอัตโนมัติเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาด้านประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจเหมือนกับการคิดทบทวนใหม่ตั้งแต่แรกและออกแบบกระบวนการทางธุรกิจใหม่ทั้งหมด
บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ
มีบทบาทสำคัญในการปรับรื้อกระบวนการทางธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่ความรวดเร็วความสามารถในการประมวลผลข้อมูลและการเชื่อมต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของขั้นตอนทางธุรกิจได้เป็นอย่างมาก
การปรับปรุงคุณภาพของธุรกิจ
วิธีการเปลี่ยนแปลงการทำงาน รวมทั้งการปรับรื้อระบบ การปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องและเทคนิคการปรับโครงสร้างต่างๆบางบริษัทได้รวมพิธีการต่างๆเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งวิธี ความว่องไวคล่องตัวหรือทำไว้ในสถานการณ์ที่มีการแข่งขันสูงนะ
การบริหารคุณภาพโดยรวม
เป็นมากกว่าวิธีการเชิงกลยุทธ์สำหรับการปรับปรุงธุรกิจ คุณภาพจะเป็นสิ่งที่ถูกเน้นหนักจากมุมมองของลูกค้ามากกว่าตัวผู้ผลิตเอง ดังนั้น คุณภาพจำเป็นต้องตรงตามความต้องการหรือมากกว่าความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าผู้บริโภคสินค้าและบริการนั้นๆ
ก้าวขึ้นเป็นคู่แข่งที่ฉับไว
ความว่องไวคล่องตัวหรือทำไว้ในสถานการณ์ที่มีการแข่งขันสูงนั้น เป็นความสามารถทางธุรกิจที่จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงไปได้ด้วยดี สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดด้วยสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูงมีผลผลิตที่ดีและเหมาะกับที่ลูกค้าต้องการ
การสร้างบริษัทเสมือน
สามารถทำให้ผู้บริหาร วิศวกร นักวิจัย และพนักงานในสาขาอื่นๆจากทั่วโลกประสานงานร่วมมือกัน เพื่อผลิตคิดค้นสินค้าและบริการใหม่ๆโดยไม่ต้องมาพบปะพูดคุยกันตัวต่อตัว
กลยุทธ์ของบริษัทเสมือน
-ใช้โครงสร้างพื้นฐานและความเสี่ยงร่วมกัน
-เชื่อมโยงความสามารถหลักเข้าด้วยกัน
-ลดเวลา ด้วยการใช้ประโยชน์ร่วมกัน
-เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและการครอบคลุมการตลาด
-เข้าถึงตลาดใหม่และแบ่งตลาดหรือลูกค้าให้การ
-เปลี่ยนจากการขายสินค้ามาเป็นขายวิธีการแก้ปัญหา
การสร้างบริษัทที่สร้างสรรค์ความรู้
คือ บริษัทที่สร้างความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอและแพร่กระจายความรู้นั้นออกไปให้ทั่วในองค์กรรวมทั้งรีบปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้ได้
ระบบการบริหารความรู้
การบริหารความรู้ จึงได้กลายมาเป็นหนึ่งในการใช้ประโยชน์เชิงกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่สำคัญ เพื่อให้เรียนรู้การบริหารองค์กรและเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจ เป้าหมายคือ ช่วยให้พนักงานที่มีความรู้ได้สร้างจากระบบและกระจายความรู้ที่สำคัญเกี่ยวกับธุรกิจ
การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีกลยุทธ์
ลูกโซ่การเพิ่มมูลค่าของอินเทอร์เน็ต
สามารถช่วยให้บริษัทประเมินการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในเชิงกลยุทธ์ได้และยังสามารถถูกใช้สำหรับจัดวางตำแหน่งของระบบงานที่มีอินเทอร์เน็ตเป็นพื้นฐานของบริษัทให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วย
ความท้าทายของระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
การใช้ประโยชน์เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้ผู้จัดการมองระบบสารสนเทศในแนวใหม่ ระบบสารสนเทศมิใช่เป็นเพียงความจำเป็นทางด้านการปฏิบัติงาน และยังเป็นผู้ช่วยที่มีประโยชน์ในการจัดหาข้อมูลและเครื่องมือในการตัดสินใจของระบบบริหารอีกด้วย
ความสำเร็จในเชิงกลยุทธ์ที่ยั่งยืน
1. สภาพแวดล้อม ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม คือโครงสร้างของอุตสาหกรรม
2. ปัจจัยพื้นฐาน ตำแหน่งเฉพาะในวงการอุตสาหกรรม พันธมิตร สินทรัพย์ ทรัพยากรทางเทคโนโลยีและทรัพยากรความรู้
3. การทำการบริหารและกลยุทธ์ การพัฒนาและริเริ่มให้เกิดการกระทำและกลยุทธ์ที่นำไปสู่ความสำเร็จ
*********************************************************************************
กรณีศึกษา บทที่ 8
กรณีศึกษาจริง กับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกันเพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน
1. อะไรคือความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ GATX ได้รับจากการพัฒนา ERP ซอฟต์แวร์ให้เข้ากับความต้องการ
ตอบ GATX ตัดสินใจสร้างงาน (Function) หนึ่งขึ้นมา ซึ่งไม่มีในซอฟต์แวร์ SAP R/3 Enterprise Resource Planning (ERP) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้กระบวนการต่างๆในการดำเนินธุรกิจทำได้โดยอัตโนมัติ
2. อะไรคือประโยชน์ทางการแข่งขันที่ GATX มองหาจากการขาย ERP ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาแล้วให้กับคู่แข่ง
ตอบ GATX ได้หลีกเลี่ยงที่จะกระโจนเข้าสู่ข้อผิดพลาดที่หลายๆ บริษัทเคยทำไว้ นั่นคือการพยายามที่จะพัฒนาทุกอย่างด้วยตนเอง
3. อะไรคือความเสี่ยงทางธุรกิจของกลยุทธ์นี้ของ GATX
ตอบ ตลาดการบริหารสินทรัพย์ยังไม่มีระบบงานใดๆที่สนองความต้องการของอุตสาหกรรมนี้
กรณีศึกษาจริง การใช้อินทราเน็ตและเอ็กซ์ทราเน็ต เพื่อความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน
1. ตอบ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตได้รับความสนใจและมีประโยชน์มากสำหรับองค์กรต่าง ๆ เพราะสามารถสื่อสารคนจำนวนมากเข้าด้วยกัน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลโดยเสียค่าใช้จ่ายต่ำถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้จะต่างรุ่นต่างแบบกัน ในอดีตองค์กรหลาย ๆ แห่งเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลในการลงทุนกับเทคโนโลยีที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในองค์กร ซึ่งผลที่ได้บางครั้งก็ไม่น่าพอใจ ด้วยเหตุที่องค์กรต่าง ๆ จึงได้นำเทคโนโลยีอินทราเน็ตเข้ามาใช้ เพื่อเป็นคำตอบสำหรับการสื่อสารข้อมูลภายในองค์กร โดยใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต
2. ผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานของ Ford ก่อให้เกิดอะไรบ้าง
ตอบ ตัวแทนจำหน่ายจะสามารถให้ลูหค้าสั่งซื้อและจัดส่งรถได้ทุกประเภท พนักงานขายสามารถจะนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์กับลูกค้าและให้ลูกค้าระบุอุปกรณ์ที่ต้องการ ดูรูปประกอบบนจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงด้วยความละเอียดระดับสูง สั่งซื้อรถ และสามารถรับทราบวันที่แน่นอนในการจัดส่ง
3.ผลกำไรที่ Ford หวังว่าจะได้รับจากการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในขั้นตอนการสั่งซื้อคืออะไร
ตอบ ลูกค้าสามารถระบุอุปกรณที่ต้องการ ดูรูปประกอบบนจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงด้วยความละเอียดระดับสูง สั่งซื้อรถ และสามารถรับทราบวันที่แน่นอนในการจัดส่ง
**************************************************************************************************************
แบบฝึกหัดท้ายบท
1.) ถ้านักศึกษาเป็นผู้บริหารในองค์กร จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเป็นประโยชน์ในการแข่งขันด้านการตลาดของตนอย่างไร และมีข้อสังเกตอย่างไรกับการทำธุรกิจในปัจจุบัน
ตอบ ใช้กลยุทธ์ทางสารสนเทศ คือ ทำระบบซื้อขายส่วนกลาง ตรวจตราดูแลด้านต่างๆ พร้อมทั้งควบคุมเครื่องจักรและอุปกรณ์ เป็นต้น
2.) กลยุทธ์บทบาทของระบบสารสนเทศอะไร ที่จะนำมาช่วยกระบวนการปรับรื้อระบบ และการจัดการคุณภาพ
ตอบ กลยุทธ์ด้านความรวดเร็ว ความสามารถในการประมวลผลข้อมูล และการเชื่อมต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์
3.) จงยกตัวอย่าง บริษัทที่ประสบความสำเร็จจากการใช้กระบวนการปรับรื้อทางธุรกิจ
ตอบ บริษัท Uarco,Inc. กระการปรับรื้อระบบธุรกิจของ Uarco ทำให้หน่วยบริการลูกค้าสามารถรับผิดชอบการเสนอราคาต่อลูกค้าและการส่งสินค้าได้เอง ดังนั้นพนักงานจึงมีเวลาในการขายได้อย่างเต็มที่ Uarco ประมาณการว่าผลกำไรสุทธิในแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นถึง 25 เหรียญสหรัฐ อันเนื่องมาจากการปรับรื้อกระบวนการทางธุรกิจนี้
4.จงยกตัวอย่างความสำเร็จของระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
ตอบ บริษัท DEC ปัจจุเป็นบริษัทลูกที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณที่มาก รวมการรับส่งไปรษณ์อิเล็กทรอนิกส์วันละหลายพันข้อความและเสนอข้อความทางสื่อประสมกับข้อมูลของผลิตภัณฑ์บนแม่ข่ายเว็บ เป็นต้น สิ่งนี้เป็นผลให้บริษัทขายคอมพิวเตอร์ Alpha ได้มากกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ
5.) จงยกตัวอย่างความล้มเหลวของระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
ตอบ บริษัท Chase Manhattan สูญเสียผลกำไรและส่วนแบ่งทางการตลาดหหลังจากความเพียรพยายามที่จะใช้ประโยชน์ IT ในเชิงกลยุทธิ์ทางเทคโนโลยี
6.) จงอธิบายถึงประโยชน์ของบริษัทเสมือน
ตอบ องค์กรจะเป็นที่รู้จักปรับตัว และรู้จักฉวยโอกาส สามารถสร้างสินค้าที่ตอบสนองลูกค้าได้อย่างตรงไปตรงมาและเป็นที่ยอมรับเชื่อถือในเชิงธุรกิจด้วยกันทั้งสองฝ่าย
7.) เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเป็นกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ซึ่งสามารถประสานงานระหว่างลูกค้า ร้านค้า และอื่นๆ ได้อย่างไร
ตอบ โดยการเปลี่ยนขั้นตอนที่ไร้แบบแผนไปสู่การดำเนินการที่เป็นกิจวัตรหรือแบบแผน ลด หรือนำมาใช้แทนแรงงานมนุษย์ได้ และนำพาข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้าสู่กระบวนการ
*********************************************************************************
1. การค้นหาหนทางใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจสิ่งนี้อาจเกี่ยวเนื่องให้เกิดพัฒนาการของสินค้าและบริการ ข้อความนี้ตรงกับข้อใด
ก. กลยุทธ์ความแตกต่าง
ข. กลยุทธ์สร้างพันธมิตร
ค. กลยุทธ์ความเป็นผู้นำด้านราคา
ง. กลยุทธ์นวัตกรรม
2. การสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับพันธมิตรทางธุรกิจกับลูกค้าผู้จัดหาสินค้าคู่แข่งที่ปรึกษาและบริษัทอื่น ๆ ข้อความนี้ตรงกับข้อใด
ก. กลยุทธ์ความแตกต่าง
ข. กลยุทธ์สร้างพันธมิตร
ค. กลยุทธ์ความเป็นผู้นำด้านราคา
ง. กลยุทธ์นวัตกรรม
3. ข้อใดคือความหมายของ Cost Leadership Strategy
ก. กลยุทธ์การเป็นผู้นำด้านราคา
ข. กลยุทธ์ความแตกต่าง
ค. กลยุทธ์นวัตกรรม
ง. กลยุทธ์ความเจริญเติบโต
4. กลยุทธ์ความเป็นผู้นำด้านราคาบริษัท Levitz Furniture กลยุทธ์ทางระบบสารสนเทศ คือข้อใด
ก. ตรวจตราดูแลด้านการแพทย์
ข. ใช้ติดตามงานส่งของทางระบบออนไลน์
ค. ทำระบบซื้อขายส่วนกลาง
ง. ลดต้นทุนการผลิต
5. ข้อใดคือเป้าหมายการจัดระบบใหม่ Reengineering
ก. กระบวนการใดๆก็ได้
ข. กระบวนการกลยุทธ์ทางธุรกิจ
ค. การปรับปรุงที่ดีขึ้น
ง. การเปลี่ยนแปลงองค์กรใหม่
6. การปรับตัว Adaptability คือ
ก. สร้าง ปฏิบัติ และกลมกลืนเข้าไปสร้างโอกาสทางธุรกิจ
ข. ครอบครองสิ่งที่ดีเยี่ยมระดับโลก
ค. ใช้เทคโนโลยีได้ดีระดับโลก
ง. สามารถปรับตัวให้ทันกับสภาพแวดล้อม
7. ข้อใดไม่ใช่ความสำเร็จในเชิงกลยุทธ์ที่ยั่งยืน
ก. สภาพแวดล้อม
ข. ปัจจัยพื้นฐาน
ค. ความท้าทาย
ง. การทำการบริหารและกลยุทธ์
8. ไมเคิลอี พอร์เตอร์ได้พัฒนาโมเดล ประเภทไใด
ก. เป้าหมายของกลยุทธ์
ข. อุปสรรคจากผู้แข่งขันรายใหม่ที่เข้าสู่ตลาด
ค. อำนาจการต่อรองของผู้ขายปัจจัยการผลิต
ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ค
9. บริษัทใดทำลายอุปสรรคด้านเวลา
ก. Toyota Motor Corp.
ข. Citybank
ค. Mobil Oil
ง. Hewlett-Packard Co.
10. กลยุทธ์เน้นกลุ่มเป้าหมาย หมายถึงอะไร
ก. องค์การจะต้องค้นหาให้ได้ว่าสินค้าหรือบริการที่ดีในความรู้สึกของลูกค้ามีลักษณะพื้นฐานอย่างไร และจะต้องบริหารกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการนั้นให้มีต้นทุนต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม
ข. การสร้างบริการขององค์การให้มีลักษณะที่โดดเด่น แตกต่างจากคู่แข่งขัน ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ทำให้ลูกค้ายึดติดในสินค้า และบริการนั้น
ค. การเลือกตลาดเป้าหมายสำหรับสินค้าหรือบริการที่มีลักษณะแคบลง หรือ มีตลาดเฉพาะด้าน
ง. ไม่มีข้อถูก
บทที่ 7 ระบบสารสนเทศสำหรับสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหาร
สารสนเทศ การตัดสินใจ และการจัดการ
ระดับการจัดการการตัดสินใจนั้นต้องได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อความสำเร็จภายในองค์กร ได้แก่
- การจัดการด้านกลยุทธ์ คณะกรรมการอำนวยการ สมาชิกผู้บริหารและผู้บริหารระดับสูง กำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์ นโยบายและการวางแผนภายในองค์กร
- การจัดการด้านยุทธวิธี ผู้จัดการหน่วยงานวางแผนระยะสั้นและระยะกลาง กำหนดตารางเวลา งบประมาณและนโยบายขั้นตอนการทำงานและเป้าหมายทางธุรกิจสำหรับหน่วยย่อยภายในองค์กร
- การจัดการด้านการปฏิบัติการ สมาชิกภายในกลุ่มหรือการปฏิบัติการของผู้จัดการ ในการจัดการวางแผนระยะสั้น
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
เป็นประเภทพื้นฐานของระบบที่สนับสนุนการจัดการและยังเป็นประเภทหลักของระบบสารสนเทศอีกด้วย เป็นตัวสร้างข้อมูลที่สนับสนุนความต้องการในการตัดสินใจสำหรับงานการ จัดการวันต่อวัน การสร้างรายงาน
ทางเลือกสำหรับการจัดการรายงาน
- รายงานตามตารางเวลาปกติ การจัดการรายงานในรูปแบบของการกำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมการจัดการกับข้อมูลในพื้นฐานที่เหมือนกัน
- รายงานการยกเว้น เป็นการสร้างรายงานเมื่อมีเงื่อนไขการยกเว้นนั้นนั้นเกิดขึ้น หรือเป็นรายงานตามกำหนดเวลาแต่มีข้อมูลเฉพาะสำหรับเงื่อนไขที่ต้องการยกเว้น
- รายงานความต้องการและการตอบสนอง สารสนเทศเป็นสิ่งที่สามารถใช้ได้ตลอดเวลาที่ต้องการ
- รายงานสนับสนุน สารสนเทศจะถูกส่งหรือผลักไปยังเครื่องของผู้จัดการโดยตรง ซึ่งหลายบริษัทใช้ซอฟต์แวร์การกระจายทางเว็บ
การประมวลผลการวิเคราะห์ต่อตรงหรือออนไลน์
- การรวบรวมให้เป็นหนึ่งเดียว เกี่ยวข้องกับการรวบรวมของข้อมูล เกี่ยวข้องกับการจับกลุ่มที่ซับซ้อน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ภายในข้อมูล
- การเจาะลึก OLAP สามารถเข้าไปในทิศทางตรงกันข้ามและแสดงรายละเอียดข้อมูลโดยอัตโนมัติ ที่เรียกว่า เจาะลึก
- การแบ่งส่วนและการสุ่ม อ้างอิงถึงความสามารถในการตรวจดูฐานข้อมูลจากจุดตรวจสอบที่แตกต่างกันในการแบ่งส่วนออก 1 ส่วนของฐานข้อมูลในการขาย อาจจะแสดงรายการของการขายของสินค้าประเภทที่อยู่ในขอบเขตทั้งหมด
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจเป็นประเภทหลักของระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นฐานติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน เพื่อสนับสนุนการจัดการใน ระหว่างขั้นตอนตัดสินใจระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้คือ
1.) รูปแบบจำลองในการวิเคราะห์
2.) ฐานข้อมูลเฉพาะ
3.) ผู้ที่ตัดสินใจหรือผู้ตัดสิน
4.) การติดต่อระหว่างกัน
การใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
การใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐาน 4 อย่างของแบบจำลองในการวิเคราะห์
- การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ
ผู้ใช้สามารถจะเปลี่ยนแปลงตัวแปรหรือจำนวนความสัมพันธ์ของตัวแปรและความชัดเจนของผลลัพธ์ที่ได้จากค่าของตัวแปรอื่น
- การวิเคราะห์แบบละเอียด
เป็นกรณีพิเศษของการวิเคราะห์แบบวอทอิฟ ค่าของตัวแปรเพียงหนึ่งตัวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ในตัวแปรอื่นๆ
- การวิเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย
เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการวิเคราะห์แบบวอทอิฟ และแบบละเอียดจะเป็นการแทนที่ของสิ่งที่เห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงในตัวแปรที่มีผลกับตัวแปรอื่น
- การวิเคราะห์แบบเหมาะสม
เป็นการขยายความซับซ้อนที่มากขึ้นสำหรับการวิเคราะห์ค้นหาเป้าหมายโดยแทนที่ค่าของเป้าหมายเฉพาะสำหรับตัวแปร เพื่อค้นหาค่าที่เหมาะสมสำหรับตัวแปรหนึ่งหรือมากกว่านั้น หลังจากนั้นตัวแปรอื่นจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร
เป็นระบบสารสนเทศที่มีการรวบรวมเอาลักษณะการทำงานระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการหลายๆตัวร่วมกับระบบการสนับสนุนในการตัดสินใจ
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในธุรกิจภาพรวมของปัญญาประดิษฐ์
เป็นการสร้างเส้นทางการกลับ ไปยังเส้นทางการทำงานของบริษัทที่ใช้เทคโนโลยี ช่วงเวลาที่สำคัญของระบบธุรกิจ ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับความได้เปรียบในการแข่งขันของอุตสาหกรรมทุกประเภท ทางด้าน ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ระบบขนส่ง อุตสาหกรรมการผลิตซอฟต์แวร์ ยา วงการบันเทิง วิศวกรรม และระบบการศึกษา
ขอบเขตของปัญญาประดิษฐ์
1. ศาสตร์แห่งการรับรู้ ในส่วนของปัญญาประดิษฐ์จะตั้งอยู่ในการวิจัยทางด้านชีววิทยา ประสาทวิทยา จิตวิทยา คณิตศาสตร์และการฝึกฝนในหลายๆอย่างที่เกี่ยวข้องกัน
2. หุ่นยนต์ วิศวกรรม และชีววิทยา เป็นพื้นฐานการทดสอบสำหรับการออกแบบหุ่นยนต์ เทคโนโลยีได้มีการผลิตเครื่องจักรหุ่นยนต์ร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่ชาญฉลาดให้มีความสามารถทางร่างกายที่เหมือนกับมนุษย์
3. ลักษณะการทำงานที่เป็นธรรมชาติ การพัฒนาลักษณะการทำงานที่เป็นธรรมชาติเป็นการพิจารณาจากหลักของการปฏิบัติการทำปัญญาประดิษฐ์และเป็นส่วนที่สำคัญในการใช้ธรรมชาติของมนุษย์
เครือข่ายเส้นประสาท
เป็นแบบจำลองระบบการประมวลผลที่เหมือนเครือข่ายเส้นใยประสาทของสมองมนุษย์ที่เชื่อมโยงกัน เรียกว่า เส้นประสาท ที่ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมพื้นฐานจำนวนมากด้วยลักษณะที่คล้ายคลึงกับสมอง ที่มีกระบวนการเชื่อมต่อในลักษณะคู่ขนานและการเคลื่อนที่สื่อสารระหว่างการทำให้เกิดเครือข่ายความสามารถ เรียกว่า เรียนรู้
ระบบตรรกะที่ไม่ชัดเจน
เป็นการแทนสิ่งที่เล็ก แต่มีประสิทธิภาพและมีการเติบโตในระบบงานของการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในหน่วยงานทางธุรกิจเป็นวิธีการของการให้เหตุผลที่คล้ายๆกับมนุษย์ โดยพิจารณาสิ่งที่ไม่สมบูรณ์หรือข้อมูลที่ไม่ชัดเจน
เจนนิทิคอัลกอลิธิม
เป็นประโยชน์เฉพาะเพื่อใช้สำหรับการแก้ปัญหานับพันๆที่สามารถเกิดขึ้นได้และต้องมีการประเมินค่าในการจัดการในการแก้ปัญหาที่เหมาะสม ซอฟต์แวร์นี้จะใช้บทบาทของชุดขั้นตอนการทำงานทางคณิตศาสตร์
ความจริงเสมือน
เป็นการจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงด้วยคอมพิวเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ที่พยายามที่จะสร้างให้เป็นธรรมชาติ ดูเสมือนจริงมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ที่อาศัยอุปกรณ์ป้อนข้อมูลและส่งข้อมูลที่มีความหลากหลายทางความรู้สึก
การประยุกต์ใช้ความจริงเสมือน
มีขอบเขตที่กว้างขวางและอาศัยการช่วยเหลือเบื้องต้นในการออกแบบของคอมพิวเตอร์ เป็นการปรากฏทางไกล เมื่อผู้ใช้ไปทุกแห่งทั่วโลกและยังสามารถใช้ระบบ VR ในการทำงาน เดี่ยวหรือทำงานร่วมกันในการควบคุมระยะไกล
ตัวแทนชาญฉลาด
เป็นตัวแทนซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้หรือขั้นตอนการทำงานเพื่อเติมส่วนที่ต้องการจะใช้การสร้างและการศึกษาความรู้เกี่ยวกับผู้ใช้งาน บางครั้งจะใช้กราฟฟิกเป็นตัวแทน
ผู้วิเศษของไมโครซอฟต์
ผู้ช่วยแก้ปัญหาตรงจุดที่มีความสามารถในงานที่ช่วยแก้ไขปัญหาในการทำงานภายในโปรแกรม จะมาพร้อมกับกลไกข้อวินิจฉัยที่สามารถเลือกสาเหตุปัญหาที่น่าจะเป็นไปได้
ระบบผู้เชี่ยวชาญ
ระบบสารสนเทศฐานองค์ความรู้ได้เพิ่มการรับรู้เข้ากับส่วนประกอบหลักที่พบได้ภายในประเภทระบบสารสนเทศในเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆทั่วไป
องค์ประกอบของระบบผู้เชี่ยวชาญ
- ฐานองค์ความรู้ ได้แก่ 1.) ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหัวเรื่องหลัก 2.) ตัวช่วยหาที่ชัดเจนในขั้นตอนการให้เหตุผลของผู้เชี่ยวชาญในหัวเรื่องนั้นนั้น
- ทรัพยากรซอฟต์แวร์ ระบบผู้เชี่ยวชาญจะมีตัววินิจฉัยหรือข้อสรุปและโปรแกรมอื่นสำหรับกรองความรู้และการสื่อสารกับผู้ใช้งาน
การประยุกต์ใช้ระบบผู้เชี่ยวชาญ
เกี่ยวข้องกับการโต้ตอบในการทำงานของในคอมพิวเตอร์ เพื่อการแก้ไขปัญหาที่พบ ซึ่งการทำงานนี้จะให้คำปรึกษาแก่ผู้ใช้ ถามคำถาม ทำการค้นหาฐานความรู้สำหรับปัจจัยและบทบาทหรือความรู้อื่นๆอธิบายเหตุผลและคำแนะนำที่เชี่ยวชาญกับผู้ใช้งาน
การพัฒนาระบบผู้เชี่ยวชาญ
การใช้ระบบนี้เป็นเครื่องมือในการพัฒนา ซึ่งเป็นชุดซอฟต์แวร์ที่ช่วยเหลือระบบผู้เชี่ยวชาญ โดยที่ไม่ได้ใช้เนื้อหาของฐานองค์ความรู้ แต่จะใช้ระบบนี้ของซอฟต์แวร์กับข้อวินิจฉัยทั่วไปและความสามารถของลักษณะการทำงานของผู้ใช้
วิศวกรรมความรู้
เป็นบุคคลที่ทำงานด้วยความเชี่ยวชาญที่มีความรู้ในขั้นตอนการทำงานเป็นอย่างดี ทำหน้าที่สร้างฐานองค์ความรู้ การใช้งานซ้ำๆขั้นตอนการทำงานที่เป็นต้นฉบับ จนกระทั่งระบบผู้เชี่ยวชาญนั้นจะยอมรับ
ประโยชน์ของระบบผู้เชี่ยวชาญ
มีความรวดเร็วและมีการให้ความช่วยเหลือที่ดีกว่า มีความรู้ในความหลากหลายของความชำนาญ ไม่มีความเหนื่อยล้าหรือขัดสมาธิจากการทำงานหนัก ช่วยให้มีการป้องกันจากอันตรายและการเกิดซ้ำ ช่วยป้องกันความรู้ที่มีความเชี่ยวชาญก่อนที่จะออกไปจากองค์กร
ขีดจำกัดของระบบผู้เชี่ยวชาญ
ขาดความสามารถในการเรียนรู้ ปัญหาที่คั่งค้าง และต้นทุนในการพัฒนา สามารถช่วยในการแก้ปัญหาในปัญหาเฉพาะที่อยู่ในขอบเขตความรู้ที่จำกัดขอบเขตมีความยากในการใช้งาน มีต้นทุนในการพัฒนาและบำรุงรักษาที่สูง
ระบบปัญญาประดิษฐ์ผสมผสาน
ทำให้ธุรกิจมองหาระบบที่เหนือกว่าระบบสารสนเทศ เพื่อการจัดการและระบบการสนับสนุนการตัดสินใจที่จะช่วยพวกเขาแก้ไขปัญหาจากบุคคลที่มีความชำนาญ ซึ่งคำตอบคือ ระบบผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือเส้นประสาท ซึ่งสามารถร่วมกันทำงานภายในระบบที่มีการเตรียมการทำงานที่ดีที่สุดของสองเทคโนโลยี
*************************************************************************************
กรณีศึกษา 7.1
1.) ทำไมการทำงานร่วมกันในระบบอินทราเน็ตจึงกลายมาเป็น " ระบบสารสนเทศของทุกๆ คน
ตอบ บริษัทใช้ระบบอินรทาเน็ตและเครื่องมือคันหาหรือเซิร์สเอนจิน ( Search Engine ) เพื่ออธิบายระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบสนับสนุนในการตัดสินใจ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร และการทำงานร่วมกันภายในองค์กร
2.) อะไรเป็นแนวคิดระบบสารสนเทศที่คุณได้จากระบบอิทราเน็ตของบริษัทและเครื่องมือค้นหาของ Fulcrum
ตอบ บริษัทโดยผ่าน Fulcrum ที่ใช้เป็นเครื่องมือคันหาและเครื่องมือภายในกลุ่ม ผลที่ได้คือ สะพานแขวนขนาด 10 ช่องทางที่ออกแบบโดยบริษัท
3.) อะไรเป็นผลประโยชน์ทางธุรกิจสำหรับบระบบอินทราเน็ตและเครื่องมือค้นหาภายในบริษัท
ตอบ เพื่อแบ่งบันประการณ์และความรู้ของพวกเขาในการปรับปรุงงานบริษัทและโครงการทางวิศวกรรมต่างๆ ซึ่งในการสนทนาผ่านระบบ PAN จะตั๋วหัวเรื่องในการสนทนา
กรณีศึกษา 7.2
1.) อะไรเป็นมูลค่าทางธุรกิจของการประมวลผลการวิเคราะห์ออนไลน์ของบริษัท Office Depot
ตอบ บริษัทสูญเสียพนักงานที่มีประสิทธิภาพกว่า 12 คนซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยเหลือในการสร้างารายงานของการขายสินค้าใน 600 ร้านทั่วโลก
2.) บริษัท Office Depot ได้ผลจากการลงทุนสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำ OLAP ไปใช้งานอย่างไร
ตอบ โดยเป็นการใช้งานจากลูกค้าจำนวน 200 รายและผู้บริหารทางด้านการเงิน บริษัท Office Depot ได้จัดสร้าง สิ่งที่ถูกต้อง สมควร ( Respectable ) ซึ่งทำให้การขายสูงถึง 4 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปีหลัง โดยกลุ่มคนที่เป็นผู้ค้าร่วมกับเครื่องมือในการวิเคราะห์ของตัวเอง
3.) บริษัท Office Depot ควรที่จะมีการเตรียมให้ผู้จัดส่งสินค้าผ่านเอ็กซ์ทราเน็ตเพื่อเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดหรือไม่ เพราะอะไร
ตอบ เตรียมผู้จัดหาตลาดสินค้าที่มีการทำงานร่วมกับการเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดในระบบอินทราเน็ตที่ใช้ Wirfd ของการเชื่อมโยงใน OLAP บริษัทพร้อมจะแบ่งส่วนในการทำงานของการขายร่วมกับผู้จัดหาสินค้าหลักอีกสองแหล่งทั้งหมด
********************************************************************************
แบบฝึกหัดท้ายบท
1.) อะไรคือความแตกต่างระหว่างความสามารถของผู้บริหารในการเรียกข้อมูลออกมาใช้ตามความต้องการของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ และความสามารถจัดการ เรื่องบริหารการตัดสินใจโดยใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ตอบ เพื่อสนับสนุนการจัดการในระหว่างขั้นตอนตัดสินใจระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้คือ 1. รูปแบบจำลองในการวิเคราะห์ 2. ฐานข้อมูลเฉพาะ 3. ผู้ที่ตัดสินใจหรือผู้ตัดสิน 4. การติดต่อระหว่างกัน
ขั้นตอนการสร้างรูปแบบจำลองในระบบคอมพิวเตอร์เป็นสนับสนุนที่จัดทำขึ้นแบบกึ่งโครงสร้างและแบบไม่มีโครงสร้างจากผู้จัดการแต่ละคน
2.) ระบบงานการขาย มีความก้าวหน้ากว่าแต่ก่อนมาก เมื่อต้องการข้อมูลสำหรับการทำงานในองค์กร เนื่องจากความต้องการเรื่องกลยุทธ์ เทคนิค และการบริหารการตัดสินใจในธุรกิจเปลี่ยนไป ให้นักศึกษาอธิบายเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงนี้
ตอบ ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจะต้องอาศัยชั้นเชิงในการบริหารที่เหนือกว่าคู่แข่งหรืออาศัยความว่องไวในการปรับตัวให้ทันต่อภาวะการแข่งขันที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
3.) มีแนวทางไหนบ้าง ที่นักศึกษาใช้โปรแกรมตารางคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาช่วยในการตัดสินใจ
ตอบ การทำงานร่วมกันของ ระบบอินทราเน็ตกลายเป็นสิ่งเข้าอย่างรวดเร็ว ที่ทำให้กล่าวได้ว่าระบบสารสนเทศของทุกๆคน (Everyones Information System) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญ
4.) ทำไมการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง จึงขยายไปยังระดับกลาง และขยายไปทั้งหมดทุกแผนในองค์การ
ตอบ บริหารระดับสูง กำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์นโยบายและการวางแผนภายในองค์กรและรวมของทิศทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการแข่งขันทางธุรกิจ
บริหารระดับกลาง กำหนดตารางงบประมาณและนโยบายขั้นตอนการทำงานและเป้าหมายของธุรกิจสำหรับหน่วยย่อยภายในองค์กร การจัดสรรแหล่งข้อมูลและตรวจดูการทำงานของหน่วยย่อยภายในองค์กร ขั้นตอนการทำงานของทีมงาน ทีมงานโครงการและกลุ่มทำงาน
5.) ทำไมเครื่องคอมพิวเตอร์จึงสามารถคิดได้ อธิบายเหตุผล
ตอบ คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อเนกประสงค์ที่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือ สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านต่างๆให้ได้ตามความต้องการของมนุษย์ เช่น ด้านการศึกษางานวิจัย วิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นต้น
6.) การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในองค์กร ส่วนไหนสำคัญที่สุด บอกเหตุผลที่นักศึกษาเลือก
ตอบ ความเจริญก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์เป็นไปในทุกด้าน ทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ การที่มีการพัฒนาการเจริญก้าวหน้า จึงทำให้นักคอมพิวเตอร์ตั้งความหวังที่จะทำให้คอมพิวเตอร์มีความฉลาดและสามารถตัดสินใจเพื่อช่วยทำงานของมนุษย์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะวิทยาการด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นวิทยาการที่จะช่วยให้มนุษย์ใช้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาต่างๆที่สำคัญ เช่น การให้คอมพิวเตอร์เข้าใจศาสตร์ภาษามนุษย์รู้จักการใช้เหตุผลการเรียนรู้ตลอดจนการสร้างหุ่นยนต์
7.) การผสมผสานระหว่างระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือเส้นประสาท จะก้าวหน้าต่ออย่างไรไม่หยุดยั้ง นักศึกษาคาดหวังว่าจะเกิดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างไรบ้าง
ตอบ ระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท ซึ่งสามารถร่วมกันทำงานภายในระบบที่มีการเตรียมการทำงานที่ดีที่สุดของเทคโนโลยี
8.) อะไรคือขอบเขตจำกัด หรืออันตรายที่นักศึกษามองเห็นในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ ความจริงเสมือน และอะไรที่จะลดขนาดของผลกระทบเหล่านี้ลงได้
ตอบ เป็นการจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ความจริงเสมือนจริงเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ที่พยายามที่จะสร้างให้เป็นธรรมชาติ ดูเสมือนจริงมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ ที่อาศัยอุปกรณ์ป้อนข้อมูลและส่งข้อมูลที่มีหลากหลายทางความรู้สึก เช่น หูฟังกับเครื่องเล่นดีวีทัศน์ ถุงมือส่งข้อมูลและชุดเสื้อกางเกงกับตัวตรวจจับไฟเบอร์ออฟติค ที่ติดไว้ตามร่างกายของคุณเวลาที่คุณเคลื่อนไหว
**************************************************************************
แบบฝึกหัด
1.) ทางเลือกของรายงานมีกี่ประเภท
ก. 3 ประเภท
ข. 4 ประเภท
ค. 5 ประเภท
ง. 6 ประเภท
2.) ข้อใดไม่ใช่ประเภทของทางเลือกของรายงาน
ก. รายงานตามตารางเวลาปกติ
ข. รายงานการยกเว้น
ค. รายงานสนับสนุน
ง.ไม่มีข้อถูก
3.) “เห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากการเลือกตัวแปรที่ผลกับตัวแปรอื่นอย่างไร” เป็นการปฏิบัติของแบบจำลองในการวิเคราะห์ ประเภทใด
ก. การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ
ข. การวิเคราะห์แบบละเอียด
ค. การวอเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย
ง. การวิเคราะห์แบบเหมาะสม
4.) “เห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงซ้ำจากตัวแปรเดี่ยวที่มีผลกระทบกับตัวแปรอื่น” เป็นการปฏิบัติของแบบจำลองในการวิเคราะห์ ประเภทใด
ก. การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ
ข. การวิเคราะห์แบบละเอียด
ค. การวอเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย
ง. การวิเคราะห์แบบเหมาะสม
5.) “เปลี่ยนการเลือกตัวแปรจนกว่าการเลือกตัวแปรนั้นเข้าใกล้กับค่าที่ตั้งเอาไว้” เป็นการปฏิบัติของแบบจำลองในการวิเคราะห์ ประเภทใด
ก. การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ
ข. การวิเคราะห์แบบละเอียด
ค. การวอเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย
ง. การวิเคราะห์แบบเหมาะสม
6.) “ค้นหาค่าที่เหมาะสมสำหรับการเลือกตัวแปร ให้ข้อจำกัดที่แน่นอน”เป็นการปฏิบัติของแบบจำลองในการวิเคราะห์ ประเภทใด
ก. การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ
ข. การวิเคราะห์แบบละเอียด
ค. การวอเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย
ง. การวิเคราะห์แบบเหมาะสม
7.) ปัญญาประดิษฐ์ คือ ข้อใด
ก. Artificial Intelligence
ข. Neural Networks
ค. Virtual Reality
ง. Intelligent Agents
8.) ข้อใดคือ ความจริงเสมือน
ก. Artificial Intelligence
ข. Neural Networks
ค. Virtual Reality
ง. Intelligent Agents
9.)ข้อใดคือ เครือข่ายเส้นประสาท
ก. Artificial Intelligence
ข. Neural Networks
ค. Virtual Reality
ง. Intelligent Agents
10.) ตัวแทนความฉลาด คือข้อใด
ก. Artificial Intelligence
ข. Neural Networks
ค. Virtual Reality
ง. Intelligent Agents
เฉลย
1.) ข 2.) ง 3.) ก 4.) ข 5.) ค 6.) ง 7.) ก 8.) ค 9.) ข 10.) ง
ระดับการจัดการการตัดสินใจนั้นต้องได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อความสำเร็จภายในองค์กร ได้แก่
- การจัดการด้านกลยุทธ์ คณะกรรมการอำนวยการ สมาชิกผู้บริหารและผู้บริหารระดับสูง กำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์ นโยบายและการวางแผนภายในองค์กร
- การจัดการด้านยุทธวิธี ผู้จัดการหน่วยงานวางแผนระยะสั้นและระยะกลาง กำหนดตารางเวลา งบประมาณและนโยบายขั้นตอนการทำงานและเป้าหมายทางธุรกิจสำหรับหน่วยย่อยภายในองค์กร
- การจัดการด้านการปฏิบัติการ สมาชิกภายในกลุ่มหรือการปฏิบัติการของผู้จัดการ ในการจัดการวางแผนระยะสั้น
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
เป็นประเภทพื้นฐานของระบบที่สนับสนุนการจัดการและยังเป็นประเภทหลักของระบบสารสนเทศอีกด้วย เป็นตัวสร้างข้อมูลที่สนับสนุนความต้องการในการตัดสินใจสำหรับงานการ จัดการวันต่อวัน การสร้างรายงาน
ทางเลือกสำหรับการจัดการรายงาน
- รายงานตามตารางเวลาปกติ การจัดการรายงานในรูปแบบของการกำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมการจัดการกับข้อมูลในพื้นฐานที่เหมือนกัน
- รายงานการยกเว้น เป็นการสร้างรายงานเมื่อมีเงื่อนไขการยกเว้นนั้นนั้นเกิดขึ้น หรือเป็นรายงานตามกำหนดเวลาแต่มีข้อมูลเฉพาะสำหรับเงื่อนไขที่ต้องการยกเว้น
- รายงานความต้องการและการตอบสนอง สารสนเทศเป็นสิ่งที่สามารถใช้ได้ตลอดเวลาที่ต้องการ
- รายงานสนับสนุน สารสนเทศจะถูกส่งหรือผลักไปยังเครื่องของผู้จัดการโดยตรง ซึ่งหลายบริษัทใช้ซอฟต์แวร์การกระจายทางเว็บ
การประมวลผลการวิเคราะห์ต่อตรงหรือออนไลน์
- การรวบรวมให้เป็นหนึ่งเดียว เกี่ยวข้องกับการรวบรวมของข้อมูล เกี่ยวข้องกับการจับกลุ่มที่ซับซ้อน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ภายในข้อมูล
- การเจาะลึก OLAP สามารถเข้าไปในทิศทางตรงกันข้ามและแสดงรายละเอียดข้อมูลโดยอัตโนมัติ ที่เรียกว่า เจาะลึก
- การแบ่งส่วนและการสุ่ม อ้างอิงถึงความสามารถในการตรวจดูฐานข้อมูลจากจุดตรวจสอบที่แตกต่างกันในการแบ่งส่วนออก 1 ส่วนของฐานข้อมูลในการขาย อาจจะแสดงรายการของการขายของสินค้าประเภทที่อยู่ในขอบเขตทั้งหมด
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจเป็นประเภทหลักของระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นฐานติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน เพื่อสนับสนุนการจัดการใน ระหว่างขั้นตอนตัดสินใจระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้คือ
1.) รูปแบบจำลองในการวิเคราะห์
2.) ฐานข้อมูลเฉพาะ
3.) ผู้ที่ตัดสินใจหรือผู้ตัดสิน
4.) การติดต่อระหว่างกัน
การใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
การใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐาน 4 อย่างของแบบจำลองในการวิเคราะห์
- การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ
ผู้ใช้สามารถจะเปลี่ยนแปลงตัวแปรหรือจำนวนความสัมพันธ์ของตัวแปรและความชัดเจนของผลลัพธ์ที่ได้จากค่าของตัวแปรอื่น
- การวิเคราะห์แบบละเอียด
เป็นกรณีพิเศษของการวิเคราะห์แบบวอทอิฟ ค่าของตัวแปรเพียงหนึ่งตัวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ในตัวแปรอื่นๆ
- การวิเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย
เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการวิเคราะห์แบบวอทอิฟ และแบบละเอียดจะเป็นการแทนที่ของสิ่งที่เห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงในตัวแปรที่มีผลกับตัวแปรอื่น
- การวิเคราะห์แบบเหมาะสม
เป็นการขยายความซับซ้อนที่มากขึ้นสำหรับการวิเคราะห์ค้นหาเป้าหมายโดยแทนที่ค่าของเป้าหมายเฉพาะสำหรับตัวแปร เพื่อค้นหาค่าที่เหมาะสมสำหรับตัวแปรหนึ่งหรือมากกว่านั้น หลังจากนั้นตัวแปรอื่นจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร
เป็นระบบสารสนเทศที่มีการรวบรวมเอาลักษณะการทำงานระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการหลายๆตัวร่วมกับระบบการสนับสนุนในการตัดสินใจ
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในธุรกิจภาพรวมของปัญญาประดิษฐ์
เป็นการสร้างเส้นทางการกลับ ไปยังเส้นทางการทำงานของบริษัทที่ใช้เทคโนโลยี ช่วงเวลาที่สำคัญของระบบธุรกิจ ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับความได้เปรียบในการแข่งขันของอุตสาหกรรมทุกประเภท ทางด้าน ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ระบบขนส่ง อุตสาหกรรมการผลิตซอฟต์แวร์ ยา วงการบันเทิง วิศวกรรม และระบบการศึกษา
ขอบเขตของปัญญาประดิษฐ์
1. ศาสตร์แห่งการรับรู้ ในส่วนของปัญญาประดิษฐ์จะตั้งอยู่ในการวิจัยทางด้านชีววิทยา ประสาทวิทยา จิตวิทยา คณิตศาสตร์และการฝึกฝนในหลายๆอย่างที่เกี่ยวข้องกัน
2. หุ่นยนต์ วิศวกรรม และชีววิทยา เป็นพื้นฐานการทดสอบสำหรับการออกแบบหุ่นยนต์ เทคโนโลยีได้มีการผลิตเครื่องจักรหุ่นยนต์ร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่ชาญฉลาดให้มีความสามารถทางร่างกายที่เหมือนกับมนุษย์
3. ลักษณะการทำงานที่เป็นธรรมชาติ การพัฒนาลักษณะการทำงานที่เป็นธรรมชาติเป็นการพิจารณาจากหลักของการปฏิบัติการทำปัญญาประดิษฐ์และเป็นส่วนที่สำคัญในการใช้ธรรมชาติของมนุษย์
เครือข่ายเส้นประสาท
เป็นแบบจำลองระบบการประมวลผลที่เหมือนเครือข่ายเส้นใยประสาทของสมองมนุษย์ที่เชื่อมโยงกัน เรียกว่า เส้นประสาท ที่ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมพื้นฐานจำนวนมากด้วยลักษณะที่คล้ายคลึงกับสมอง ที่มีกระบวนการเชื่อมต่อในลักษณะคู่ขนานและการเคลื่อนที่สื่อสารระหว่างการทำให้เกิดเครือข่ายความสามารถ เรียกว่า เรียนรู้
ระบบตรรกะที่ไม่ชัดเจน
เป็นการแทนสิ่งที่เล็ก แต่มีประสิทธิภาพและมีการเติบโตในระบบงานของการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในหน่วยงานทางธุรกิจเป็นวิธีการของการให้เหตุผลที่คล้ายๆกับมนุษย์ โดยพิจารณาสิ่งที่ไม่สมบูรณ์หรือข้อมูลที่ไม่ชัดเจน
เจนนิทิคอัลกอลิธิม
เป็นประโยชน์เฉพาะเพื่อใช้สำหรับการแก้ปัญหานับพันๆที่สามารถเกิดขึ้นได้และต้องมีการประเมินค่าในการจัดการในการแก้ปัญหาที่เหมาะสม ซอฟต์แวร์นี้จะใช้บทบาทของชุดขั้นตอนการทำงานทางคณิตศาสตร์
ความจริงเสมือน
เป็นการจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงด้วยคอมพิวเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ที่พยายามที่จะสร้างให้เป็นธรรมชาติ ดูเสมือนจริงมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ที่อาศัยอุปกรณ์ป้อนข้อมูลและส่งข้อมูลที่มีความหลากหลายทางความรู้สึก
การประยุกต์ใช้ความจริงเสมือน
มีขอบเขตที่กว้างขวางและอาศัยการช่วยเหลือเบื้องต้นในการออกแบบของคอมพิวเตอร์ เป็นการปรากฏทางไกล เมื่อผู้ใช้ไปทุกแห่งทั่วโลกและยังสามารถใช้ระบบ VR ในการทำงาน เดี่ยวหรือทำงานร่วมกันในการควบคุมระยะไกล
ตัวแทนชาญฉลาด
เป็นตัวแทนซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้หรือขั้นตอนการทำงานเพื่อเติมส่วนที่ต้องการจะใช้การสร้างและการศึกษาความรู้เกี่ยวกับผู้ใช้งาน บางครั้งจะใช้กราฟฟิกเป็นตัวแทน
ผู้วิเศษของไมโครซอฟต์
ผู้ช่วยแก้ปัญหาตรงจุดที่มีความสามารถในงานที่ช่วยแก้ไขปัญหาในการทำงานภายในโปรแกรม จะมาพร้อมกับกลไกข้อวินิจฉัยที่สามารถเลือกสาเหตุปัญหาที่น่าจะเป็นไปได้
ระบบผู้เชี่ยวชาญ
ระบบสารสนเทศฐานองค์ความรู้ได้เพิ่มการรับรู้เข้ากับส่วนประกอบหลักที่พบได้ภายในประเภทระบบสารสนเทศในเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆทั่วไป
องค์ประกอบของระบบผู้เชี่ยวชาญ
- ฐานองค์ความรู้ ได้แก่ 1.) ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหัวเรื่องหลัก 2.) ตัวช่วยหาที่ชัดเจนในขั้นตอนการให้เหตุผลของผู้เชี่ยวชาญในหัวเรื่องนั้นนั้น
- ทรัพยากรซอฟต์แวร์ ระบบผู้เชี่ยวชาญจะมีตัววินิจฉัยหรือข้อสรุปและโปรแกรมอื่นสำหรับกรองความรู้และการสื่อสารกับผู้ใช้งาน
การประยุกต์ใช้ระบบผู้เชี่ยวชาญ
เกี่ยวข้องกับการโต้ตอบในการทำงานของในคอมพิวเตอร์ เพื่อการแก้ไขปัญหาที่พบ ซึ่งการทำงานนี้จะให้คำปรึกษาแก่ผู้ใช้ ถามคำถาม ทำการค้นหาฐานความรู้สำหรับปัจจัยและบทบาทหรือความรู้อื่นๆอธิบายเหตุผลและคำแนะนำที่เชี่ยวชาญกับผู้ใช้งาน
การพัฒนาระบบผู้เชี่ยวชาญ
การใช้ระบบนี้เป็นเครื่องมือในการพัฒนา ซึ่งเป็นชุดซอฟต์แวร์ที่ช่วยเหลือระบบผู้เชี่ยวชาญ โดยที่ไม่ได้ใช้เนื้อหาของฐานองค์ความรู้ แต่จะใช้ระบบนี้ของซอฟต์แวร์กับข้อวินิจฉัยทั่วไปและความสามารถของลักษณะการทำงานของผู้ใช้
วิศวกรรมความรู้
เป็นบุคคลที่ทำงานด้วยความเชี่ยวชาญที่มีความรู้ในขั้นตอนการทำงานเป็นอย่างดี ทำหน้าที่สร้างฐานองค์ความรู้ การใช้งานซ้ำๆขั้นตอนการทำงานที่เป็นต้นฉบับ จนกระทั่งระบบผู้เชี่ยวชาญนั้นจะยอมรับ
ประโยชน์ของระบบผู้เชี่ยวชาญ
มีความรวดเร็วและมีการให้ความช่วยเหลือที่ดีกว่า มีความรู้ในความหลากหลายของความชำนาญ ไม่มีความเหนื่อยล้าหรือขัดสมาธิจากการทำงานหนัก ช่วยให้มีการป้องกันจากอันตรายและการเกิดซ้ำ ช่วยป้องกันความรู้ที่มีความเชี่ยวชาญก่อนที่จะออกไปจากองค์กร
ขีดจำกัดของระบบผู้เชี่ยวชาญ
ขาดความสามารถในการเรียนรู้ ปัญหาที่คั่งค้าง และต้นทุนในการพัฒนา สามารถช่วยในการแก้ปัญหาในปัญหาเฉพาะที่อยู่ในขอบเขตความรู้ที่จำกัดขอบเขตมีความยากในการใช้งาน มีต้นทุนในการพัฒนาและบำรุงรักษาที่สูง
ระบบปัญญาประดิษฐ์ผสมผสาน
ทำให้ธุรกิจมองหาระบบที่เหนือกว่าระบบสารสนเทศ เพื่อการจัดการและระบบการสนับสนุนการตัดสินใจที่จะช่วยพวกเขาแก้ไขปัญหาจากบุคคลที่มีความชำนาญ ซึ่งคำตอบคือ ระบบผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือเส้นประสาท ซึ่งสามารถร่วมกันทำงานภายในระบบที่มีการเตรียมการทำงานที่ดีที่สุดของสองเทคโนโลยี
*************************************************************************************
กรณีศึกษา 7.1
1.) ทำไมการทำงานร่วมกันในระบบอินทราเน็ตจึงกลายมาเป็น " ระบบสารสนเทศของทุกๆ คน
ตอบ บริษัทใช้ระบบอินรทาเน็ตและเครื่องมือคันหาหรือเซิร์สเอนจิน ( Search Engine ) เพื่ออธิบายระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบสนับสนุนในการตัดสินใจ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร และการทำงานร่วมกันภายในองค์กร
2.) อะไรเป็นแนวคิดระบบสารสนเทศที่คุณได้จากระบบอิทราเน็ตของบริษัทและเครื่องมือค้นหาของ Fulcrum
ตอบ บริษัทโดยผ่าน Fulcrum ที่ใช้เป็นเครื่องมือคันหาและเครื่องมือภายในกลุ่ม ผลที่ได้คือ สะพานแขวนขนาด 10 ช่องทางที่ออกแบบโดยบริษัท
3.) อะไรเป็นผลประโยชน์ทางธุรกิจสำหรับบระบบอินทราเน็ตและเครื่องมือค้นหาภายในบริษัท
ตอบ เพื่อแบ่งบันประการณ์และความรู้ของพวกเขาในการปรับปรุงงานบริษัทและโครงการทางวิศวกรรมต่างๆ ซึ่งในการสนทนาผ่านระบบ PAN จะตั๋วหัวเรื่องในการสนทนา
กรณีศึกษา 7.2
1.) อะไรเป็นมูลค่าทางธุรกิจของการประมวลผลการวิเคราะห์ออนไลน์ของบริษัท Office Depot
ตอบ บริษัทสูญเสียพนักงานที่มีประสิทธิภาพกว่า 12 คนซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยเหลือในการสร้างารายงานของการขายสินค้าใน 600 ร้านทั่วโลก
2.) บริษัท Office Depot ได้ผลจากการลงทุนสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำ OLAP ไปใช้งานอย่างไร
ตอบ โดยเป็นการใช้งานจากลูกค้าจำนวน 200 รายและผู้บริหารทางด้านการเงิน บริษัท Office Depot ได้จัดสร้าง สิ่งที่ถูกต้อง สมควร ( Respectable ) ซึ่งทำให้การขายสูงถึง 4 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปีหลัง โดยกลุ่มคนที่เป็นผู้ค้าร่วมกับเครื่องมือในการวิเคราะห์ของตัวเอง
3.) บริษัท Office Depot ควรที่จะมีการเตรียมให้ผู้จัดส่งสินค้าผ่านเอ็กซ์ทราเน็ตเพื่อเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดหรือไม่ เพราะอะไร
ตอบ เตรียมผู้จัดหาตลาดสินค้าที่มีการทำงานร่วมกับการเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดในระบบอินทราเน็ตที่ใช้ Wirfd ของการเชื่อมโยงใน OLAP บริษัทพร้อมจะแบ่งส่วนในการทำงานของการขายร่วมกับผู้จัดหาสินค้าหลักอีกสองแหล่งทั้งหมด
********************************************************************************
แบบฝึกหัดท้ายบท
1.) อะไรคือความแตกต่างระหว่างความสามารถของผู้บริหารในการเรียกข้อมูลออกมาใช้ตามความต้องการของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ และความสามารถจัดการ เรื่องบริหารการตัดสินใจโดยใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ตอบ เพื่อสนับสนุนการจัดการในระหว่างขั้นตอนตัดสินใจระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้คือ 1. รูปแบบจำลองในการวิเคราะห์ 2. ฐานข้อมูลเฉพาะ 3. ผู้ที่ตัดสินใจหรือผู้ตัดสิน 4. การติดต่อระหว่างกัน
ขั้นตอนการสร้างรูปแบบจำลองในระบบคอมพิวเตอร์เป็นสนับสนุนที่จัดทำขึ้นแบบกึ่งโครงสร้างและแบบไม่มีโครงสร้างจากผู้จัดการแต่ละคน
2.) ระบบงานการขาย มีความก้าวหน้ากว่าแต่ก่อนมาก เมื่อต้องการข้อมูลสำหรับการทำงานในองค์กร เนื่องจากความต้องการเรื่องกลยุทธ์ เทคนิค และการบริหารการตัดสินใจในธุรกิจเปลี่ยนไป ให้นักศึกษาอธิบายเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงนี้
ตอบ ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจะต้องอาศัยชั้นเชิงในการบริหารที่เหนือกว่าคู่แข่งหรืออาศัยความว่องไวในการปรับตัวให้ทันต่อภาวะการแข่งขันที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
3.) มีแนวทางไหนบ้าง ที่นักศึกษาใช้โปรแกรมตารางคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาช่วยในการตัดสินใจ
ตอบ การทำงานร่วมกันของ ระบบอินทราเน็ตกลายเป็นสิ่งเข้าอย่างรวดเร็ว ที่ทำให้กล่าวได้ว่าระบบสารสนเทศของทุกๆคน (Everyones Information System) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญ
4.) ทำไมการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง จึงขยายไปยังระดับกลาง และขยายไปทั้งหมดทุกแผนในองค์การ
ตอบ บริหารระดับสูง กำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์นโยบายและการวางแผนภายในองค์กรและรวมของทิศทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการแข่งขันทางธุรกิจ
บริหารระดับกลาง กำหนดตารางงบประมาณและนโยบายขั้นตอนการทำงานและเป้าหมายของธุรกิจสำหรับหน่วยย่อยภายในองค์กร การจัดสรรแหล่งข้อมูลและตรวจดูการทำงานของหน่วยย่อยภายในองค์กร ขั้นตอนการทำงานของทีมงาน ทีมงานโครงการและกลุ่มทำงาน
5.) ทำไมเครื่องคอมพิวเตอร์จึงสามารถคิดได้ อธิบายเหตุผล
ตอบ คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อเนกประสงค์ที่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือ สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านต่างๆให้ได้ตามความต้องการของมนุษย์ เช่น ด้านการศึกษางานวิจัย วิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นต้น
6.) การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในองค์กร ส่วนไหนสำคัญที่สุด บอกเหตุผลที่นักศึกษาเลือก
ตอบ ความเจริญก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์เป็นไปในทุกด้าน ทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ การที่มีการพัฒนาการเจริญก้าวหน้า จึงทำให้นักคอมพิวเตอร์ตั้งความหวังที่จะทำให้คอมพิวเตอร์มีความฉลาดและสามารถตัดสินใจเพื่อช่วยทำงานของมนุษย์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะวิทยาการด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นวิทยาการที่จะช่วยให้มนุษย์ใช้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาต่างๆที่สำคัญ เช่น การให้คอมพิวเตอร์เข้าใจศาสตร์ภาษามนุษย์รู้จักการใช้เหตุผลการเรียนรู้ตลอดจนการสร้างหุ่นยนต์
7.) การผสมผสานระหว่างระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือเส้นประสาท จะก้าวหน้าต่ออย่างไรไม่หยุดยั้ง นักศึกษาคาดหวังว่าจะเกิดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างไรบ้าง
ตอบ ระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท ซึ่งสามารถร่วมกันทำงานภายในระบบที่มีการเตรียมการทำงานที่ดีที่สุดของเทคโนโลยี
8.) อะไรคือขอบเขตจำกัด หรืออันตรายที่นักศึกษามองเห็นในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ ความจริงเสมือน และอะไรที่จะลดขนาดของผลกระทบเหล่านี้ลงได้
ตอบ เป็นการจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ความจริงเสมือนจริงเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ที่พยายามที่จะสร้างให้เป็นธรรมชาติ ดูเสมือนจริงมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ ที่อาศัยอุปกรณ์ป้อนข้อมูลและส่งข้อมูลที่มีหลากหลายทางความรู้สึก เช่น หูฟังกับเครื่องเล่นดีวีทัศน์ ถุงมือส่งข้อมูลและชุดเสื้อกางเกงกับตัวตรวจจับไฟเบอร์ออฟติค ที่ติดไว้ตามร่างกายของคุณเวลาที่คุณเคลื่อนไหว
**************************************************************************
แบบฝึกหัด
1.) ทางเลือกของรายงานมีกี่ประเภท
ก. 3 ประเภท
ข. 4 ประเภท
ค. 5 ประเภท
ง. 6 ประเภท
2.) ข้อใดไม่ใช่ประเภทของทางเลือกของรายงาน
ก. รายงานตามตารางเวลาปกติ
ข. รายงานการยกเว้น
ค. รายงานสนับสนุน
ง.ไม่มีข้อถูก
3.) “เห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากการเลือกตัวแปรที่ผลกับตัวแปรอื่นอย่างไร” เป็นการปฏิบัติของแบบจำลองในการวิเคราะห์ ประเภทใด
ก. การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ
ข. การวิเคราะห์แบบละเอียด
ค. การวอเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย
ง. การวิเคราะห์แบบเหมาะสม
4.) “เห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงซ้ำจากตัวแปรเดี่ยวที่มีผลกระทบกับตัวแปรอื่น” เป็นการปฏิบัติของแบบจำลองในการวิเคราะห์ ประเภทใด
ก. การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ
ข. การวิเคราะห์แบบละเอียด
ค. การวอเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย
ง. การวิเคราะห์แบบเหมาะสม
5.) “เปลี่ยนการเลือกตัวแปรจนกว่าการเลือกตัวแปรนั้นเข้าใกล้กับค่าที่ตั้งเอาไว้” เป็นการปฏิบัติของแบบจำลองในการวิเคราะห์ ประเภทใด
ก. การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ
ข. การวิเคราะห์แบบละเอียด
ค. การวอเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย
ง. การวิเคราะห์แบบเหมาะสม
6.) “ค้นหาค่าที่เหมาะสมสำหรับการเลือกตัวแปร ให้ข้อจำกัดที่แน่นอน”เป็นการปฏิบัติของแบบจำลองในการวิเคราะห์ ประเภทใด
ก. การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ
ข. การวิเคราะห์แบบละเอียด
ค. การวอเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย
ง. การวิเคราะห์แบบเหมาะสม
7.) ปัญญาประดิษฐ์ คือ ข้อใด
ก. Artificial Intelligence
ข. Neural Networks
ค. Virtual Reality
ง. Intelligent Agents
8.) ข้อใดคือ ความจริงเสมือน
ก. Artificial Intelligence
ข. Neural Networks
ค. Virtual Reality
ง. Intelligent Agents
9.)ข้อใดคือ เครือข่ายเส้นประสาท
ก. Artificial Intelligence
ข. Neural Networks
ค. Virtual Reality
ง. Intelligent Agents
10.) ตัวแทนความฉลาด คือข้อใด
ก. Artificial Intelligence
ข. Neural Networks
ค. Virtual Reality
ง. Intelligent Agents
เฉลย
1.) ข 2.) ง 3.) ก 4.) ข 5.) ค 6.) ง 7.) ก 8.) ค 9.) ข 10.) ง
วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561
บทที่ 5 อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต และความร่วมมือระหว่างองค์กร
บทที่ 5 อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต และความร่วมมือระหว่างองค์กร
บทที่ 5
อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต และความร่วมมือระหว่างองค์กร
(Intranets, Extranets and Enterprise Collaboration)
อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต และความร่วมมือระหว่างองค์กร
(Intranets, Extranets and Enterprise Collaboration)
👉อินทราเน็ตและเอ็กซ์ทราเน็ตในธุรกิจ (Intranets and Extranets in Business)
👉การปฏิวัติของอินทราเน็ต (The Intranet Revolution)
อินทราเน็ตมีความสำคัญและสัมพันธ์กับธุรกิจอย่างไร อินทราเน็ตเป็นเพียงคำกล่าวในเรื่องเทคโนโลยีหรือความนิยมสำหรับธุรกิจเท่านั้นหรือ ลองมาดูความเห็นของผู้เชี่ยวชาญบางราย ดังต่อไปนี้
- Zana Research : มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของ 500 บริษัทได้มีการใช้อินทราเน็ตตั้งแต่กลางปี 1994
- The Gartner Group: 75 เปอร์เซ็นต์ของ 1000 องค์กรใช้อินทราเน็ตในสิ้นปี 1998
- International Data Corporation : ปี 2000 ลิขสิทธิ์แม่ข่ายสำหรับอินทราเน็ต ขายได้มากกว่าลิขสิทธิ์ที่ใช้งานบนอินเทอร์เน็ตด้วยอัตราส่วนสิบต่อหนึ่ง
- Forrester Research : ภายในสองสามปีข้างหน้า อินทราเน็ตจะขยายตัวด้วยบริการใหม่ที่จะกลายเป็นสิ่งสำคัญของส่วนประกอบของเครือข่ายองค์กร
ข้อเท็จจริงเหล่านี้อธิบายได้ว่า ทำไมนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์หลายราย จึงเปรียบความก้าวหน้าในปัจจุบันของการใช้อินทราเน็ตในธุรกิจและองค์กรต่างๆกับช่วงขาขึ้นของความเจริญเติบโตในการใช้อินเทอร์เน็ตที่เริ่มมาตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1990
👉การวิเคราะห์ US West Communications บริษัทเช่น US West Communications ได้มีการติดตั้งและขยายอินทราเน็ตทั้งองค์กรอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับหลายๆธุรกิจที่ได้ตระหนักว่าอินทราเน็ตสามารถทำให้เขาใช้อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี World Wide Web เพื่อสนับสนุนการติดต่อสื่อสาร การร่วมมือ และกระบวนการธุรกิจผ่านเครือข่าย
อ่านกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงของ US West Communications เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการที่หลายบริษัทใช้อินทราเน็ตเป็นฐานงาน (Platform) ของเทคโนโลยีหลักในการสนับสนุนกระบวนการของธุรกิจเช่นเดียวกับการติดต่อสื่อสารและความร่วมมือขององค์กร
👉อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต และอินเทอร์เน็ต (Intranets, Extranets and the Internet)
นิยามแนวความคิดของอินทราเน็ต โดยเน้นวิธีการที่อินทราเน็ตสัมพันธ์กับอินเทอร์เน็ตและเอ็กซ์ทราเน็ตได้อย่างไร อินทราเน็ตเป็นเครือข่ายภายในองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ( เช่น เว็บบราวเซอร์และแม่ข่าย โพรโตคอลเครือข่าย TCP/IP การจัดพิมพ์เอกสารสื่อหลายมิติและฐานข้อมูล เป็นต้น) เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมือนอินเทอร์เน็ตภายในองค์กร เพื่อการแบ่งปันสารสนเทศ การติดต่อสื่อสาร ความร่วมมือ และการสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจ อินทราเน็ตได้รับการป้องกันด้วยมาตรการความปลอดภัย เช่น รหัสผ่าน (Password) การเข้ารหัส (Encryption) หรือด่านกันการบุกรุก (Firewall) ดังนั้นเฉพาะผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าถึงได้ อินทราเน็ตขององค์กรสามารถเข้าถึงได้โดยลูกค้า ผู้ขาย และหุ้นส่วนทางธุรกิจจากการเชื่อมด้วยเอ็กซ์ทราเน็ต รูปที่ 9.1 แสดงถึงความสัมพันธ์ของอินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต และอินเทอร์เน็ตของหลายบริษัท
👉วิธีการวัดต้นทุนและผลประโยชน์ (Measuring Costs and Benefits) สำหรับธุรกิจแล้วส่วนมากผลประโยชน์ที่ได้รับจากอินทราเน็ตจะมีมากกว่าข้อจำกัด ดูรูปที่ 9.5 ต้นทุนเริ่มต้นสำหรับการลงทุนในอินทราเน็ตดูเหมือนว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับหลายๆองค์กร เช่น ท่าเรือใน Los Angeles ได้ใช้เงินจำนวน 100,000 เหรียญสหรัฐในการสร้างอินทราเน็ตสำหรับ 18 สำนักงานทั่วโลก ใช้เวลาในการจ่ายคืนประมาณสามเดือน FedEx ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงโครงการอินทราเน็ตด้วยเกณฑ์ผลตอบแทนการลงทุนต่ำสุดของบริษัท รวมทั้งการประหยัดต้นทุนจากการมีหน่วยช่วยเหลือ (Help Desk) จดหมายข่าวองค์กร และการสอบถามของลูกค้าบนแม่ข่ายเว็บอินทราเน็ต
👉ประโยชน์ของอินทราเน็ต
คลอบคลุมองค์กรสากล
กำหนดส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้ได้เองโดยง่ายผ่านบราวเซอร์
ประเมินต้นทุนต่ำ
ซอฟต์แวร์ต้นทุนต่ำหรือไม่มีต้นทุน
ฮาร์ดแวร์ต้นทุนต่ำ
วิ่งหรือสามารถใช้งานได้บนทุกฐานงาน (Platform)
การถ่ายโอนแฟ้มปรับเข้ากับมาตรฐาน
การสร้างเอกสารปรับเข้ากับมาตรฐาน
โพรโตคอลเครือข่ายปรับเข้ากับมาตรฐาน TCP/IP
ลดกระดาษ / ต้นทุนการพิมพ์
ลดการตลาด / ต้นทุนการขาย
เพิ่มผลผลิตโดยการประเมินสารสนเทศได้เร็วขึ้นและง่ายต่อการร่วมมือ
ข้อจำกัดของอินทราเน็ต
เทคโนโลยีใหม่ที่ค่อยเป็นค่อยไป
ขาดคุณสมบัติในเรื่องความปลอดภัย
ขาดการจัดการปฏิบัติงาน
การสนับสนุนจากผู้ใช้ต่ำสุด
อาจต้องการการยกระดับเครือข่าย
ซอฟต์แวร์บราวเซอร์ / แม่ข่ายไม่สามารถใช้งานร่วมกันระหว่างรุ่นต่างๆได้
ไม่ได้อัตราส่วนกับองค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้โปรแกรมประยุกต์เชิงโต้ตอบที่เพิ่มขึ้น
ยากที่จะบำรุงรักษาสารบัญได้ตลอดเวลา
ภาพเคลื่อนไหว วิดีทัศน์ และเสียงที่ช้า
สารสนเทศที่ไม่ได้กรองอาจจะท่วมผู้ใช้
พนักงานไม่ทุกคนที่จะมีคอมพิวเตอร์
👉บทบาทของเอ็กซ์ทราเน็ต (The Role of Extranets)
‘ ธุรกิจยังคงใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแบบเปิด (Open Internet Technologies) หรือเอ็กซ์ทราเน็ตอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าและหุ้นส่วน ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งขัน ในการพัฒนาสินค้า การประหยัดต้นทุน การตลาด การกระจายสินค้า และเพิ่มความเป็นหุ้นส่วน’
เอ็กซ์ทราเน็ตเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงซึ่งใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต เพื่อติดต่อระหว่างอินทราเน็ตของธุรกิจกับอินทราเน็ตของลูกค้า ผู้ขาย และหุ้นส่วนทางธุรกิจ โดยติดตั้งเครือข่ายส่วนตัวโดยตรงที่เชื่อมระหว่างกันหรือสร้างอินเทอร์เน็ตส่วนตัวที่มีความปลอดภัยเชื่อมโยงระหว่างกัน ที่เรียกว่า เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (Virtual Private Network) หรือสามารถใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเอ็กซ์ทราเน็ตที่เชื่อมโยงระหว่างอินทราเน็ตของบริษัทกับผู้บริโภคและอื่นๆ
มูลค่าทางธุรกิจของเอ็กซ์ทราเน็ตได้มาจากหลายปัจจัย ปัจจัยแรก คือ เทคโนโลยีเว็บบราวเซอร์ของเอ็กซ์ทราเน็ต ทำให้ลูกค้าและผู้ขายเข้าถึงทรัพยากรอินทราเน็ตได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้นกว่าวิธีการทางธุรกิจแบบเดิม ปัจจัยที่สอง เอ็กซ์ทราเน็ตทำให้บริษัทสามารถเสนอบริการเชิงเว็บประเภทใหม่ที่น่าสนใจให้แก่หุ้นส่วนทางธุรกิจ ดังนั้น จึงเป็นอีกหนทางที่ธุรกิจสามารถสร้างและทำให้เกิดกลยุทธ์ความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับผู้ขาย ทำให้เกิดการปรับปรุงความร่วมมือระหว่างธุรกิจกับลูกค้าและหุ้นส่วนทางธุรกิจ อำนวยความสะดวกแบบออนไลน์ให้แก่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงโต้ตอบ การตลาด และกระบวนการที่เน้นลูกค้า
👉เครื่องมือการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Communication Tools)
เครื่องมือการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ไปรษณีย์เสียง โทรสาร งานสิ่งพิมพ์บนเว็บ ระบบกระดานข่าว การสื่อสารผ่านวิทยุ และระบบโทรศัพท์อินเทอร์เน็ต เครื่องมือเหล่านี้ทำให้สามารถส่งข่าวสาร เอกสาร แฟ้มข้อมูล ข้อความ เสียง หรือสื่อประสมอิเล็กทรอนิกส์บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ ความง่ายและประสิทธิภาพของการติดต่อสื่อสารนี้เป็นความช่วยเหลือหลักในกระบวนการของความร่วมมือ
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail or E-mail) ความสำคัญของไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ได้กลายเป็นวิธีการที่สะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร และสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับผู้อื่นในธุรกิจ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ได้เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการส่งสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ของเอกสาร แฟ้มข้อมูล และข้อความสื่อประสม รวมทั้งการแพร่สัญญาณเน็ตสำหรับสารสนเทศเชิงผลัก (Pushing Information) จากแหล่งอินเทอร์เน็ตและอินทราเน็ตไปยังกล่องไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
ข้อด้อยของไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ สารสนเทศที่มากเกินไป (Information Overload) สาเหตุจากข่าวสารที่มากเกินไปจากหลายแหล่ง โดยเฉพาะ ขยะไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Junk E-mail) ที่มากมายโดยไม่ได้ร้องขอ หรือที่เรียกว่า การส่งข่าวขยะ (Spamming) ซึ่งท่วมกล่องไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์อินเทอร์เน็ตของผู้ใช้ ทางแก้สำหรับปัญหานี้ คือ การพยายามต่อไป รวมทั้งทางกฎหมายและข้อจำกัดการใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ขององค์กร
👉โทรศัพท์อินเทอร์เน็ตและโทรสาร (Internet Phone and Fax) อินเทอร์เน็ตไม่ใช่เป็นเพียงการส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์และท่องเว็บอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นเครื่องมือที่ต้นทุนต่ำและใกล้ที่จะเป็นการสื่อสารสากล ช่วยในการส่งโทรสาร รับไปรษณีย์เสียง และนำสู่การสนทนาสองทาง (Two-way Conversations)
ปัจจุบันเราใช้อินเทอร์เน็ตสำหรับโทรศัพท์ ไปรษณีย์เสียง (Voice Mail) โทรสาร และบริการวิทยุติดตามตัว เช่น โทรศัพท์อินเทอร์เน็ตโดย VocalTech หรือ Netscape Conference หรือ Microsoft Meeting ทั้งนี้คุณภาพของเสียงจะขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของ PC และความเร็วในการติดต่อของอินเทอร์เน็ต
👉เครื่องมือการติดต่อสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยในการติดต่อสื่อสารและร่วมมือกับผู้อื่น โดยการส่งข่าวสาร เอกสาร แฟ้มข้อมูล ข้อความ เสียง และสื่อประสม ทางอิเล็กทรอนิกส์บนอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ต และเครือข่ายคอมพิวเตอร์อื่นๆ
⏺ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ นิยมใช้อย่างแพร่หลายในการส่งและรับข่าวสารข้อความระหว่างเครื่องลูกข่ายบนเครือข่ายโทรคมนาคม และส่งแฟ้มข้อมูล ซอฟต์แวร์ ข่าวสารสื่อประสม และเอกสารติดไปด้วยได้ (Attachments)
⏺ไปรษณีย์เสียง ข่าวสารทางโทรศัพท์ที่ถูกแปลงเป็นดิจิตอล เก็บ และเล่นใหม่ โดยคอมพิวเตอร์จัดการข่าวสาร ด้วยเสียง
⏺การส่งโทรสาร (Faxing) การส่งและรับภาพของเอกสารบนโทรศัพท์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยใช้ PC หรือเครื่องโทรสาร
⏺ งานสิ่งพิมพ์บนเว็บ สร้าง แปลง และเก็บเอกสารเชื่อมโยงหลายมิติและอื่นๆ บนแม่ข่ายเว็บอินเทอร์เน็ตหรืออินทราเน็ต
👉เครื่องมือการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ผู้ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบ่งปันสารสนเทศและทำงานร่วมกันในงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใดก็ตาม
⏺การประชุมข้อมูล ผู้ใช้ที่เครื่องลูกข่าย สามารถเรียกดู แก้ไข ปรับปรุง และบันทึกการแก้ไขลงที่กระดานสีขาว เอกสาร และสิ่งอื่นๆที่ใช้ร่วมกัน
⏺ การประชุมเสียง การสนทนาทางโทรศัพท์ร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนร่วมผ่านทางโทรศัพท์หรือเครื่องลูกข่ายด้วยซอฟต์แวร์โทรศัพท์อินเทอร์เน็ต
⏺การประชุมทางวีดีทัศน์ วีดีทัศน์แบบทันทีและการประชุมทางไกลโดยเสียง 1) ระหว่างผู้ใช้ที่เครื่องลูกข่าย ( การประชุมทางวีดีทัศน์แบบตั้งโต๊ะ : Desktop Videoconferencing) หรือ 2) ระหว่างผู้มีส่วนร่วมในห้องประชุมที่ต่างสถานกัน ( การประชุมทางไกล : Teleconferencing) การประชุมทางวีดีทัศน์นี้รวมการใช้กระดานสีขาวและการแบ่งปันเอกสาร (Document Sharing)
⏺กลุ่มหรือชุมชนสนทนา เตรียมระบบสนทนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อกระตุ้นและจัดการการสนทนาข้อความแบบออนไลน์ในช่วงเวลาหนึ่งระหว่างสมาชิกกลุ่มที่มีความสนใจพิเศษหรือทีมโครงการ
⏺ระบบพูดคุย การทำให้ผู้ใช้สองคนหรือมากกว่าบนเครื่องลูกข่ายสามารถสนทนาข้อความแบบออนไลน์ได้แบบทันที
⏺ระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Meeting Systems) การใช้ห้องประชุมกับเครื่องลูกข่าย โดยเครื่องฉายภาพจอภาพขนาดใหญ่ (Large-screen Projector) และซอฟต์แวร์ EMS เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร การให้ความร่วมมือ และการตัดสินใจของกลุ่มในระหว่างการประชุมทางธุรกิจ
👉เครื่องมือการจัดการงานที่ทำร่วมกัน ช่วยให้คนทำงานได้สำเร็จหรือจัดการกิจกรรมที่ทำงานร่วมกัน
- ปฏิทินและกำหนดการ การใช้ปฏิทินอิเล็กทรอนิกส์และคุณสมบัติอื่นของกรุ๊ปแวร์เพื่อทำกำหนดการ บอกกล่าว หรือเตือนอัตโนมัติแก่สมาชิกเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของทีมและกลุ่มร่วมงานของการประชุม การนัดหมาย และเหตุการณ์อื่นๆ
- งานและการจัดการโครงการ จัดการทีมและกลุ่มร่วมงานโครงการด้วยกำหนดการ การติดตาม และทำแผนภูมิสถานะความสำเร็จของงานภายใต้โครงการ
- ระบบกระแสงาน ช่วยให้คนงานที่มีความรู้เครือข่าย (Networked Knowledge Workers) ร่วมมือเพื่อทำงานให้สำเร็จและจัดการการไหลของงานที่มีโครงสร้างและการประมวลผลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ภายในกระบวนการทางธุรกิจ
- การจัดการความรู้ จัดระเบียบและแบ่งปันแบบฟอร์มของสารสนเทศทางธุรกิจที่สร้างภายในองค์กร รวมทั้งการจัดการโครงการและห้องสมุดเอกสารองค์กร ฐานข้อมูลการสนทนา ฐานข้อมูลเว็บไซท์สื่อหลายมิติ และฐานความรู้ประเภทอื่นๆ
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 5
1. มีธุรกิจอะไรบ้าง ที่นำเข้าระบบอินทราเน็ตเข้าไปช่วยในการเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรของตน
ตอบ บริษัท US West Communications และ Netscape Communications
2. นักศึกษาเห็นด้วยหรือไม่ ที่มีบางบริษัทนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ในการติดต่อกับพนักงานและร้านค้าต่างๆ ด้วยการใช้โทรศัพท์
ตอบ เป็นเครื่องมือที่ต้นทุนต่ำและใกล้ที่จะเป็นการสื่อสารสากลช่วยในการส่งโทรสาร รับไปรษณีย์เสียงและนำสู่การสนทนาสองทาง
3. มีอะไรบ้างที่เป็นข้อจำกัดในการนำเข้าระบบอินทราเน็ตมาใช้ในธุรกิจปัจจุบัน
ตอบ เทคโนโลยีใหม่ที่ค่อยเป็นค่อยไป ขาดคุณสมบัติในเรื่องความปลอดภัย ขาดการจัดการปฏิบัติงาน การสนับสนุนจากผู้ใช้ต่ำสุด อาจต้องการการยกระดับเครือข่าย แม่ข่ายไม่สามารถใช้งานร่วมกันระหว่างรุ่นต่างๆได้ ไม่ได้อัตราส่วนกับองค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้โปรแกรมประยุกต์เชิงโต้ตอบที่เพิ่มขึ้น ยากที่จะบำรุงรักษาสารบัญได้ตลอดเวลา ภาพเคลื่อนไหว วีดีทัศน์และเสียงที่ช้า สารสนเทศที่ไม่ได้กรองอาจจะท่วมผู้ใช้ พนักงานไม่ทุกคนที่จะมีคอมพิวเตอร์
4. นักศึกษาเห็นด้วยหรือไม่ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้เป็นจำนวนมากที่มีประสบการณ์ในการใช้คอมพิวเตอร์และมีความต้องการที่จะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสำหรับการทำงานร่วมกันหรือติดต่อกับบุคคลอื่น เพราะเหตุใด
ตอบ เห็นด้วย เพราะในยุคนี้เป็นยุคของโลกไซน์เบอร์ที่ต้องมีการพัฒนาตัวเองทางด้านคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์กันมากขึ้นเพื่อเพิ่มความรู้และตามทันคู่แข่งขันที่ทันสมัยที่มีการแข่งขันสูง
5. จงยกตัวอย่างของบริษัทที่ใช้อินทราเน็ตให้บริการทางธุรกิจ
ตอบ บริษัท US West Communications
6. จงยกตัวอย่างของบริษัทที่ใช้เอ็กซ์ทราเน็ตให้บริการทางธุรกิจ
ตอบ บริษัท Nu Skin Internetional
7. นักศึกษาเคยใช้การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(e-mail) หรือการพูดคุยผ่านระบบคอมพิวเตอร์(Chat)หรือการประชุมร่วมกันตัดสินใจหรือไม่ และให้เหตุผลที่จะนำเอาระบบเหล่านี้ มาที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารและการทำงานร่วมกัน จงอธิบาย
ตอบ เคย เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับผู้อื่นในธุรกิจ ส่งสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ของเอกสาร แฟ้มข้อมูลและข้อความสื่อประสม
8. จงยกตัวอย่างเครื่องมือการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน
ตอบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ไปรษณีย์เสียง การส่งโทรสาร งานสิงพิมพ์บนเว็บ
ตอบ บริษัท US West Communications และ Netscape Communications
2. นักศึกษาเห็นด้วยหรือไม่ ที่มีบางบริษัทนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ในการติดต่อกับพนักงานและร้านค้าต่างๆ ด้วยการใช้โทรศัพท์
ตอบ เป็นเครื่องมือที่ต้นทุนต่ำและใกล้ที่จะเป็นการสื่อสารสากลช่วยในการส่งโทรสาร รับไปรษณีย์เสียงและนำสู่การสนทนาสองทาง
3. มีอะไรบ้างที่เป็นข้อจำกัดในการนำเข้าระบบอินทราเน็ตมาใช้ในธุรกิจปัจจุบัน
ตอบ เทคโนโลยีใหม่ที่ค่อยเป็นค่อยไป ขาดคุณสมบัติในเรื่องความปลอดภัย ขาดการจัดการปฏิบัติงาน การสนับสนุนจากผู้ใช้ต่ำสุด อาจต้องการการยกระดับเครือข่าย แม่ข่ายไม่สามารถใช้งานร่วมกันระหว่างรุ่นต่างๆได้ ไม่ได้อัตราส่วนกับองค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้โปรแกรมประยุกต์เชิงโต้ตอบที่เพิ่มขึ้น ยากที่จะบำรุงรักษาสารบัญได้ตลอดเวลา ภาพเคลื่อนไหว วีดีทัศน์และเสียงที่ช้า สารสนเทศที่ไม่ได้กรองอาจจะท่วมผู้ใช้ พนักงานไม่ทุกคนที่จะมีคอมพิวเตอร์
4. นักศึกษาเห็นด้วยหรือไม่ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้เป็นจำนวนมากที่มีประสบการณ์ในการใช้คอมพิวเตอร์และมีความต้องการที่จะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสำหรับการทำงานร่วมกันหรือติดต่อกับบุคคลอื่น เพราะเหตุใด
ตอบ เห็นด้วย เพราะในยุคนี้เป็นยุคของโลกไซน์เบอร์ที่ต้องมีการพัฒนาตัวเองทางด้านคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์กันมากขึ้นเพื่อเพิ่มความรู้และตามทันคู่แข่งขันที่ทันสมัยที่มีการแข่งขันสูง
5. จงยกตัวอย่างของบริษัทที่ใช้อินทราเน็ตให้บริการทางธุรกิจ
ตอบ บริษัท US West Communications
6. จงยกตัวอย่างของบริษัทที่ใช้เอ็กซ์ทราเน็ตให้บริการทางธุรกิจ
ตอบ บริษัท Nu Skin Internetional
7. นักศึกษาเคยใช้การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(e-mail) หรือการพูดคุยผ่านระบบคอมพิวเตอร์(Chat)หรือการประชุมร่วมกันตัดสินใจหรือไม่ และให้เหตุผลที่จะนำเอาระบบเหล่านี้ มาที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารและการทำงานร่วมกัน จงอธิบาย
ตอบ เคย เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับผู้อื่นในธุรกิจ ส่งสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ของเอกสาร แฟ้มข้อมูลและข้อความสื่อประสม
8. จงยกตัวอย่างเครื่องมือการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน
ตอบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ไปรษณีย์เสียง การส่งโทรสาร งานสิงพิมพ์บนเว็บ
**********************
คำถามกรณีศึกษา
1. อะไรคือความท้าทายของ US West ในการติดตั้งอินทราเน็ตGlobal Village และมาได้จากอะไร
ตอบ ความก้าวหน้าและการเจริญเติบโตของอินทราเน็ต อินทราเน็ตสามารถทำให้เข้าใช้อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี World Wide Webเพื่อสนับสนุนการติดต่อสื่อสารการร่วมมือและกระบวนการธุรกิจผ่านเครือข่าย
2. อินทราเน็ตเช่น Global Villageที่ได้รับผลตอบแทนการลงทุนมากกว่า 1,000 เปอร์เซ็นต์ทำได้อย่างไร
ตอบ จากการประหยัดได้หลายล้านในทุกอย่าง จากต้นทุนการพิมพ์ไปจนถึงชั่วโมงการทำงานของพนักงาน เช่น โปรแกรมประยุกต์ ต้นทุน / ประมาณการประหยัด
3. อะไรคือผลประโยชน์ทางธุรกิจอื่นๆของอินทราเน็ตของ US West ตอบ - การติดต่อสื่อสารและความร่วมมือระหว่างพนักงานที่ง่ายขึ้น
- Global Village ช่วยให้พนักงานทำกระบวนการธุรกิจหลักให้สำเร็จได้รวดเร็วขึ้นและสะดวกสบายมากกว่าระบบเดิม
- อินทราเน็ต US Westเป็นต้นทุนที่มีประสิทธิผล
คำถามกรณีศึกษา
1. อะไรคือวัตถุประสงค์ของ Nu Skin ในการใช้เอ็กซ์ทราเน็ต อะไรคือผลประโยชน์ที่ Nu Skin คาดหวัง
ตอบ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานทั้งการพิมพ์ ไปรษณีย์ และการสนับสนุนตัวแทนจำหน่าย ผลประโยชน์ที่คาดหวัง คือ ทำให้เกิดการผลักดันในเรื่องการแข่งขันและจูงใจตัวแทนจำหน่ายรายใหม่
2. ตัวแทนจำหน่ายของ Nu Skinได้รับผลประโยชน์อะไรจากเอ็กซ์ทราเน็ต
ตอบ ได้ทำงานเมื่อต้องการทำ ได้รับสารสนเทศที่ต้องการในเวลาที่ต้องการ
3. ทำไมเอ็กซ์ทราเน็ตจึงเป็นแนวคิดในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับเครือข่ายของตัวแทนจำหน่ายทางด้านการตลาดธุรกิจเช่น Nu Skin
ตอบ คือ การลงทุนในบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็นการจ่ายคืนในทันที
ตอบ ความก้าวหน้าและการเจริญเติบโตของอินทราเน็ต อินทราเน็ตสามารถทำให้เข้าใช้อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี World Wide Webเพื่อสนับสนุนการติดต่อสื่อสารการร่วมมือและกระบวนการธุรกิจผ่านเครือข่าย
2. อินทราเน็ตเช่น Global Villageที่ได้รับผลตอบแทนการลงทุนมากกว่า 1,000 เปอร์เซ็นต์ทำได้อย่างไร
ตอบ จากการประหยัดได้หลายล้านในทุกอย่าง จากต้นทุนการพิมพ์ไปจนถึงชั่วโมงการทำงานของพนักงาน เช่น โปรแกรมประยุกต์ ต้นทุน / ประมาณการประหยัด
3. อะไรคือผลประโยชน์ทางธุรกิจอื่นๆของอินทราเน็ตของ US West ตอบ - การติดต่อสื่อสารและความร่วมมือระหว่างพนักงานที่ง่ายขึ้น
- Global Village ช่วยให้พนักงานทำกระบวนการธุรกิจหลักให้สำเร็จได้รวดเร็วขึ้นและสะดวกสบายมากกว่าระบบเดิม
- อินทราเน็ต US Westเป็นต้นทุนที่มีประสิทธิผล
คำถามกรณีศึกษา
1. อะไรคือวัตถุประสงค์ของ Nu Skin ในการใช้เอ็กซ์ทราเน็ต อะไรคือผลประโยชน์ที่ Nu Skin คาดหวัง
ตอบ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานทั้งการพิมพ์ ไปรษณีย์ และการสนับสนุนตัวแทนจำหน่าย ผลประโยชน์ที่คาดหวัง คือ ทำให้เกิดการผลักดันในเรื่องการแข่งขันและจูงใจตัวแทนจำหน่ายรายใหม่
2. ตัวแทนจำหน่ายของ Nu Skinได้รับผลประโยชน์อะไรจากเอ็กซ์ทราเน็ต
ตอบ ได้ทำงานเมื่อต้องการทำ ได้รับสารสนเทศที่ต้องการในเวลาที่ต้องการ
3. ทำไมเอ็กซ์ทราเน็ตจึงเป็นแนวคิดในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับเครือข่ายของตัวแทนจำหน่ายทางด้านการตลาดธุรกิจเช่น Nu Skin
ตอบ คือ การลงทุนในบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็นการจ่ายคืนในทันที
**********************
ข้อสอบย่อย
1. ข้อใดกล่าวความหมายของInternet ได้ถูกต้อง ?
ก. เครือข่ายนานาชาติ ที่เกิดจากเครือข่ายเล็ก ๆ มากมาย รวมเป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งโลก
ข. เครือข่ายสื่อสาร ซึ่งเชื่อมโยงกันระหว่างคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ที่ต้องการเข้ามาในเครือข่าย
ค. การเชื่อมต่อกันระหว่างเครือข่าย
ง. ถูกทุกข้อ
2. Communications and Collaboration คืออะไร
ก. งานสิ่งพิมพ์บนเว็บ
ข. การดำเนินธุรกิจและการจัดการ
ค. การสื่อสารและความร่วมมือ
ง. การประยุกต์ใช้อินทราเน็ต
3. ข้อใด คือ ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต ?
ก. Communication , Entertainment , Televition
ข. Communication , Entertainment , Education
ค. Communication , Entertainment , Transmission
ง. Communication , Entertainment , National
4. “ อินทราเน็ต ” เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบใด ?
ก. แบบภายในองค์กร
ข. แบบภายนอกองค์กร
ค. แบบภายนอกและภายในองค์กร
ง. แบบเครือข่ายเสมือน
5. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของอินทราเน็ต ?
ก. การสื่อสารเป็นแบบสากล
ข. การลงทุนต่ำ
ค. มีผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เลือกใช้ได้หลากหลาย
ง. ติดต่อกันระหว่างองค์กร
6. "เอ็กซ์ทราเน็ต" เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบใด ?
ก. แบบภายในองค์กร
ข. แบบภายนอกองค์กร
ค. แบบภายนอกและภายในองค์กร
ง. แบบเครือข่ายเสมือ
7. ลักษณะสำคัญของเอ็กซ์ทราเน็ต คืออะไร ?
ก. Extranet ใช้มาตรฐานเดียวกับอินเตอร์เน็ต คือใช้โปรโตคอลTCP/IP
ข. เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันระหว่างบริษัท ลูกค้า และบริษัทอื่นๆ ที่มีจุดมุ่งหมายต่างกัน
ค. เป็นอินเตอร์เน็ตที่ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัย
ง. ถูกทุกข้อ
8. ประโยชน์ของเอ็กซ์ทราเน็ต คืออะไร ?
ก. สามารถสร้างกลุ่มข่าวสารส่วนบุคคล (Private Newsgroup)ที่เป็นแหล่งที่ให้ธุรกิจที่รวมกลุ่มกันนั้นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ต่างๆร่วมกัน
ข. สามารถจัดฝึกอบรมให้แก่พนักงานร่วมกันภายในกลุ่มโดยผ่านทาง Extranet
ค. ช่วยให้การทำธุรกิจผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ง. ถูกทุกข้อ
9. เป้าหมายของระบบความร่วมมือองค์กร มีกี่แบบ
ก. 3 แบบ
ข. 4 แบบ
ค. 5 แบบ
ง. 6 แบบ
10. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับอินทราเน็ต ?
ก. Campus network
ข. Local internet
ค. Enterprise network
ง. Virtual Network
เฉลย 1) ง. 2) ค. 3) ข. 4) ก. 5)ง. 6) ข. 7) ก. 8) ง.
9) ก. 10) ง.
ก. เครือข่ายนานาชาติ ที่เกิดจากเครือข่ายเล็ก ๆ มากมาย รวมเป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งโลก
ข. เครือข่ายสื่อสาร ซึ่งเชื่อมโยงกันระหว่างคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ที่ต้องการเข้ามาในเครือข่าย
ค. การเชื่อมต่อกันระหว่างเครือข่าย
ง. ถูกทุกข้อ
2. Communications and Collaboration คืออะไร
ก. งานสิ่งพิมพ์บนเว็บ
ข. การดำเนินธุรกิจและการจัดการ
ค. การสื่อสารและความร่วมมือ
ง. การประยุกต์ใช้อินทราเน็ต
3. ข้อใด คือ ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต ?
ก. Communication , Entertainment , Televition
ข. Communication , Entertainment , Education
ค. Communication , Entertainment , Transmission
ง. Communication , Entertainment , National
4. “ อินทราเน็ต ” เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบใด ?
ก. แบบภายในองค์กร
ข. แบบภายนอกองค์กร
ค. แบบภายนอกและภายในองค์กร
ง. แบบเครือข่ายเสมือน
5. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของอินทราเน็ต ?
ก. การสื่อสารเป็นแบบสากล
ข. การลงทุนต่ำ
ค. มีผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เลือกใช้ได้หลากหลาย
ง. ติดต่อกันระหว่างองค์กร
6. "เอ็กซ์ทราเน็ต" เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบใด ?
ก. แบบภายในองค์กร
ข. แบบภายนอกองค์กร
ค. แบบภายนอกและภายในองค์กร
ง. แบบเครือข่ายเสมือ
7. ลักษณะสำคัญของเอ็กซ์ทราเน็ต คืออะไร ?
ก. Extranet ใช้มาตรฐานเดียวกับอินเตอร์เน็ต คือใช้โปรโตคอลTCP/IP
ข. เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันระหว่างบริษัท ลูกค้า และบริษัทอื่นๆ ที่มีจุดมุ่งหมายต่างกัน
ค. เป็นอินเตอร์เน็ตที่ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัย
ง. ถูกทุกข้อ
8. ประโยชน์ของเอ็กซ์ทราเน็ต คืออะไร ?
ก. สามารถสร้างกลุ่มข่าวสารส่วนบุคคล (Private Newsgroup)ที่เป็นแหล่งที่ให้ธุรกิจที่รวมกลุ่มกันนั้นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ต่างๆร่วมกัน
ข. สามารถจัดฝึกอบรมให้แก่พนักงานร่วมกันภายในกลุ่มโดยผ่านทาง Extranet
ค. ช่วยให้การทำธุรกิจผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ง. ถูกทุกข้อ
9. เป้าหมายของระบบความร่วมมือองค์กร มีกี่แบบ
ก. 3 แบบ
ข. 4 แบบ
ค. 5 แบบ
ง. 6 แบบ
10. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับอินทราเน็ต ?
ก. Campus network
ข. Local internet
ค. Enterprise network
ง. Virtual Network
เฉลย 1) ง. 2) ค. 3) ข. 4) ก. 5)ง. 6) ข. 7) ก. 8) ง.
9) ก. 10) ง.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
บทที่ 8 ระบบสารสนเทศสำหรับความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์
แนวคิดกลยุทธ์ทางการแข่งขัน เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และความสามารถที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเชิงกลยุ...